สั้นๆมี 1,440 จุดเป็นจุดวัดใจ ซื้อ หรือ ถือเงินสดต่อ แต่ระยะกลาง ทยอยสะสม ได้
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ ในรายสัปดาห์ SET จะกลับมามีสัญญาณซื้ออีกครั้ง กรณีที่ SET สามารถยืนเหนือ 1,440 จุด (EMA 200 วัน) ได้ (ต่ำกว่ายังมีความเสี่ยง) โดยกรอบการเหวี่ยงตัวจะขยับขึ้นจาก 1,400-1,440 จุด มาอยู่ที่ 1,440-1,490 จุด ขณะที่ปัจจัยหนุนระยะสั้นจะอยู่ที่การประกาศตัวเลข GDP Growth ในไตรมาสที่ 1 ของสหรัฐ (ทบทวนครั้งสุดท้าย) ออกมาที่ 1.8% QoQ ต่ำกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 2.4% ซึ่งทำตลาดประเมินว่าความคล่องตัวในการลดขนาด QE ของเฟดอาจจะลดลง และการทำ Window Dressing ของกองทุนในประเทศ ที่มักเกิดขึ้นเพื่อปิดงบไตรมาสที่ 2 โดยในเชิงสถิติช่วง 5 วันสุดท้ายของ มิ.ย. เฉลี่ย 10 และ 5 ปีหลัง SET +1.5% และ +2.1% นอกจากนี้ SET มักจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วง 5 วันแรกของ ก.ค. ด้วย โดยเฉลี่ย 10 และ 5 ปีหลัง SET +1.6% และ +0.6%
อย่างไรก็ดีการลงทุนระยะสั้นเรายังคงเน้นให้ใช้ความระมัดระวัง และมีวินัยกับจุดตัดสินใจบริเวณ 1,440 จุดอย่างสูง เนื่องจากในเชิงของ Momentum Effect จากการที่ล่าสุดอัตราผลตอบแทนต่อวันเฉลี่ย 1 เดือนของ SET ยังคงอยู่ใน Panic Zone (ต่ำกว่า -1SD) ที่ -0.46% สะท้อนให้เห็นว่า Momentum ของ SET ในระยะสั้นยังคงมีความเสี่ยง เพราะถ้าพิจารณาจากต้นทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของต่างชาติในกรอบขาขึ้น 15 พ.ย.55-21 พ.ค.56 (1,265-1,648 จุด) จะอยู่ที่ 1,305 จุดเท่านั้น เทียบกับต้นทุนของกองทุนในประเทศที่ 1,490 จุด ดังนั้นหากมีกระแสข่าวที่เพิ่มความเสี่ยงในอนาคตออกมาเพิ่มเติม โอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาขายยังมีสูง
กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (1 สัปดาห์) กลับมา “ซื้อเก็งกำไร” กรณี SET ยืนเหนือ 1,440 จุดได้เท่านั้น ต่ำกว่ายังเน้น “ถือเงินสด” แต่สำหรับการลงทุนระยะกลาง (มากกว่า 1 เดือน) แนะนำเริ่ม “ทยอยสะสมหุ้น” 25% ของพอร์ตในกลุ่มหุ้นที่มีปลอดภัยสูง คือกลุ่ม Net Cash (เงินสด>หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย) ได้แก่ INTUCH, INET, MODERN, KAMART, STEC, SRICHA, BEC, STANLY, PTTEP และ NOK









