วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาทองร่วงหนักต่ำสุดรอบ3ปี

ราคาทองร่วงหนัก ทำสถิติต่ำสุดรอบ 3 ปี จากแรงเทขายทำกำไรจากกองทุน นักวิเคราะห์ชี้ราคาทองคำเข้าสู่ยุคขาลง นักลงทุนเทขายโยกเงินเข้าตลาดหุ้น

ราคาทองคำแท่งวานนี้ (26 มิ.ย.) ร่วงลงต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาทองตลาดโลก หลังทิศทางเชิงบวกของเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้มีแรงขายทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ค้าทองคาดว่าแรงขายจากนักเก็งกำไร เป็นปัจจัยหลักที่ยังกดดันราคาทองคำ

สมาคมค้าทองคำ รายงานว่าราคาทองปรับลดลงต่อเนื่องจากแรงเทขายอย่างหนัก โดยวานนี้ราคาในประเทศมีการปรับถึง 8 ครั้ง ลดลง 600 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งราคาขายทองคำแท่งอยู่ที่ 18,300 บาท และรับซื้อคืน 18,200 บาท

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่าราคาทองคำทั้งในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวลงมาก ซึ่งยังหาสาเหตุที่ชัดเจนไม่ได้ ซึ่งน่าจะมาจากความกังวลของนักลงทุน และแรงเทขายทำกำไร

นักวิเคราะห์กล่าวว่าหากตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นต่อไปในปีนี้ ราคาทองก็อาจจะร่วงลงต่อไป เนื่องจากสินทรัพย์สองประเภทนี้เริ่มปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกันอีกครั้ง

ทั้งนี้ หลังจากราคาทองปรับตัวสอดคล้องกับดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐมาเป็นเวลานานเกือบ 10 ปี ขณะนี้ราคาทองและตลาดหุ้นก็เริ่มปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยตลาดหุ้นพุ่งขึ้น และราคาทองดิ่งลง

หลังจากดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้นมาแล้ว 10 % จากช่วงต้นปีนี้ ราคาทองก็ได้ดิ่งลงเข้าสู่ภาวะหมี โดยขณะนี้ราคาทองทรุดตัวลงมาแล้วราว 24 % จากระดับเมื่อหนึ่งปีก่อน

นายวอลเตอร์ เดอ เวท นักวิเคราะห์ของธนาคารสแตนดาร์ด กล่าวว่าความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจะมีบทบาทสำคัญต่อราคาทองมากกว่าในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา และราคาทองกับตลาดหุ้นจะปรับตัวสวนทางกันมากยิ่งขึ้น ในขณะที่นักลงทุนมุ่งความสนใจไปยังอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์

ราคาทองเคยปรับตัวขึ้นรายปีเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 12 ปี จนถึงช่วงสิ้นปี 2012 โดยได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย ในขณะที่การดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) หลายรอบที่ผ่านมาส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยร่วงลงสู่ระดับติดลบ

นายวิลเลม เซลส์ หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของธนาคารเอชเอสบีซี ไพรเวท กล่าวว่ามีการคาดการณ์กันว่า ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นหลังจากเฟดลดขนาดคิวอีลง และปัจจัยนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาทอง ในขณะที่ตลาดหุ้นจะรักษาระดับความแข็งแกร่งไว้ได้ เพราะเฟดจะลดขนาดคิวอีลงก็ต่อเมื่อเฟดเชื่อว่า เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง

"เราคาดการณ์ในทางลบต่อราคาทอง และคาดการณ์ในทางบวกต่อตลาดหุ้น"

นายโทเบียส เมราธ หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์โลกของธนาคารเครดิต สวิส กล่าวว่าการที่นักลงทุนเข้ามามีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในตลาดทอง คือสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าความสัมพันธ์กับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เปลี่ยนแปลงไป

นักวิเคราะห์กล่าวว่าการโยกย้ายสินทรัพย์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดบิดเบือนไปจากความเป็นจริง และดูเหมือนว่าการโยกย้ายแบบนี้ได้สิ้นสุดลงแล้วในปัจจุบัน

ข้อมูลของบริษัทแบล็คร็อคระบุว่า สินทรัพย์ทั้งหมดในตราสารอ้างอิง (ETP) ราคาทองคำทั่วโลกหดตัวลง 32 % สู่ 9.62 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงสิ้นเดือนพ.ค. จาก 1.412 แสนล้าน ดอลลาร์ในปี 2012 และถือเป็นการดิ่งลงครั้งแรกนับตั้งแต่มีการเปิดกองทุนอีทีเอฟทองเป็นต้นมา