รฟท.ลงนามสั่งซื้อรถจักร 20 คัน วงเงินกว่า 2 พันล้านบาท หวังใช้รองรับขนส่งสินค้า พร้อมเดินหน้าประกวดราคารถจักรอีก 50 คัน
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามสั่งซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า ในวันนี้ว่า รฟท.ได้ลงนามกับบริษัท ป่าไม้สันติ จำกัด เพื่อสั่งซื้อรถจักรดีเซล 20 คัน ขนาดกดเพลา 20 ตัน วงเงิน 61.3 ล้านดอลลาร์ และอะไหล่ 6.129 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2,100 ล้านบาท เพื่อนำมาให้บริการขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปยังท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหารถจักรไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยจะส่งมอบคันแรกภายในระยะเวลา 15 เดือน และทยอยส่งมอบแล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 20เดือน
"ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างปรับปรุงเส้นทางรถไฟเพื่อรองรับหัวรถจักรใหม่ที่จะนำเข้ามาให้บริการ หากนำหัวรถจักรมาให้บริการได้แล้ว ก็มั่นใจว่าการขนส่งสินค้าจะสะดวกรวดเร็ว ตรงเวลา ช่วยส่งเสริมให้มีการขนส่งสินค้าผ่านทางรถไฟมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มรายได้จากการขนส่งอีกเท่าตัว จากปัจจุบันมีการขนส่งสินค้าปีละ 11 ล้านตัน รายได้ปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท"
ทั้งนี้ รถจักรดังกล่าวผลิตจากบริษัท CSR Qishuya จำกัด ของประเทศจีน ซึ่ง รฟท.ได้พิจารณาแล้วว่ามีความพร้อมในเรื่องของเทคโนโลยี เนื่องจากจำหน่ายให้กับหลายประเทศ มีการผลิตรถไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ รวมถึงรถไฟความเร็วสูง โดย ร.ฟ.ท.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปควบคุมขั้นตอนการผลิตเพื่อให้เป็นไปตามสัญญาที่ทำไว้ร่วมกัน มั่นใจว่าบริษัทจะส่งรถจักรที่มีคุณภาพให้กับ ร.ฟ.ท.ตามที่กำหนด เพราะหากไม่มีประสิทธิภาพจะทำให้เสียโอกาสในการเข้าร่วมประกวดจัดซื้อหัวรถจักรของ ร.ฟ.ท.ในอนาคต ซึ่งรฟท.มีแผนจัดซื้อรถจักรอีก 50 คัน และแคร่อีกกว่า 300 คัน
นายประภัสร์ กล่าวว่า ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างเตรียมจัดซื้อรถจักรดีเซลไฟฟ้าอีก 50 คัน วงเงินงบประมาณ 6,562 ล้านบาท เพื่อนำมาให้บริการขนส่งผู้โดยสาร ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะสามารถเปิดประกวดราคาได้ในเร็วๆนี้ ส่วนผลการประกวดราคาจะเป็นบริษัทผู้ผลิตจากจีนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี และการเสนอราคา แต่เห็นว่าผู้ผลิตจากจีนมีความได้เปรียบประเทศอื่น เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่า จึงสามารถเสนอราคาได้ต่ำ
ส่วนความคืบหน้าสัญญา 3 งานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกล รถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่มีปัญหากรรมการอิสระของบริษัทที่ร่วมประกวดราคาเป็นคนคนเดียวกันนั้น คณะกรรมการร.ฟ.ท. ได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อขอคำแนะนำว่ากรณีดังกล่าวถือเป็นการเข้าข่ายความผิดพ.ร.บ.ฮั้วหรือไม่ หากไม่ได้รับคำตอบภายในเดือนก.ค.นี้ ร.ฟ.ท.คงต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปแล้ว เพราะที่ผ่านมาใช้เวลาในการพิจารณานานมาก









