ผู้ว่าฯพิจิตรสั่งอายัดข้าวในโรงสี-ห้าม 33 โรงเคลื่อนย้าย ส่งกำลังตร.ไปเฝ้า เผยข้าวล่องหนกว่า 8 พันตัน
นายจักริน เปลี่ยนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก สภ.โพทะเล จ.พิจิตร และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนจากองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก.) เข้าตรวจสอบโกดังข้าวในโรงสีของบริษัท แอล-โกลด์ แมนูแฟคเจอร์ จำกัด อ.โพทะเล พบว่าเบื้องต้นไม่มีกองข้าวที่ชาวนากล่าวอ้างว่านำมาจำนำกับโรงสีกว่า 4,000 ตัน รวมถึงข้าวในโครงการรับจำนำของ อตก. ที่จำนำไว้ก่อนหน้านี้ อีก 4,000 ตัน พบเพียงกองข้าวเปลือกและกองแกลบที่กองไว้กลบเกลื่อนสายตา และกองกระสอบข้าวที่ตีตราโครงการรับจำนำของอตก. ปี 55/56 จำนวนหนึ่ง
ล่าสุดนายจักริน ได้สั่งให้อายัดข้าวทั้งหมดไว้ตรวจสอบและสั่งห้ามโรงสี 33 แห่งทั่วพิจิตรที่เข้าร่วมโครงการ เคลื่อนย้ายข้าวโดยเด็ดขาดในช่วง 22-29 มิ.ย.นี้ โดยส่งกำลังตำรวจไปเฝ้า พร้อมทั้งขอให้ อตก. เร่งสำรวจความเสียหายและแจ้งความดำเนินคดี
ส่วนการสอบพบข้าวในโกดังที่พิจิตร หายไปกว่า 8,000 ตัน เป็นการตรวจสอบเป็นประจำของอนุกรรมการจังหวัด ที่กระทรวงสั่งให้ตรวจสอบโกดังและโรงสีและรายงานเป็นประจำทุกเดือน เพื่อดูว่าตัวเลขตรงกับที่ได้ประมาณการไว้หรือไม่ ทั้งนี้การตรวจพบการทุจริตจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและขึ้นบัญชีดำต่อไป
"โรงสีในพิจิตร เคยพบว่ามีการกระทำผิดมาก่อนหน้านี้แล้ว รวมทั้งได้เคยขึ้นบัญชีดำไปแล้ว แต่ที่ผ่านมาเมื่อสามารถแก้ไขตัวเองได้ก็มาเข้าโครงการใหม่ ดังนั้นต้องมาทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่ว่าหากมีลักษณะแบบนี้จะขึ้นบัญชีดำและไม่ให้เข้าร่วมโครงการได้อีกเลย"
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสผ่านเฟซบุ๊ค ว่ากรณีตรวจพบโรงสีของ แอล-โกลด์ แมนูแฟคเจอร์ ยักยอกข้าวและเปิดจุดรับจำนำเถื่อนจนเกิดความเสียหายต่อทั้ง อ.ต.ก.และประชาชนมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท ได้ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่ากลุ่มบริษัทนี้เดิม ใช้ชื่อโรงสีก้องเกียรติ มีกรณียักยอกข้าวของอคส.ในโครงการรับจำนำเมื่อปี 2549 หลังจากนั้นได้จดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่โดยเปลี่ยนตัวหุ้นส่วนกรรมการแต่ใช้ที่ตั้งเดิม ก่อนสมัครเข้าโครงการที่ อ.ต.ก.เมื่อปี 2555
"ผมสั่งให้กรมการค้าภายใน อคส. และอ.ต.ก.รวบรวมข้อมูลโรงสี โกดัง คลังสินค้า ไซโลทั้งหลายที่อยู่ในบัญชีดำ มามอบให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะให้ตรวจสอบเทียบเคียงกับทุกบริษัทที่เข้าร่วมโครงการในรัฐบาลนี้ เพื่อให้ชัดเจนว่ารายใดมีชื่อกรรมการ หรือสถานที่ตั้งซ้ำกับบัญชีดำจะอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังพิเศษ หากมีข้อมูลแวดล้อมส่อทุจริตจะปฏิบัติการสายฟ้าแลบก่อนวันดีเดย์" นายณัฐวุฒิ ระบุ








