ผลประมูล IPP Bidding จะเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้า
ประเด็น
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เผยการประชุม กกพ. ได้รับทราบผลการพิจารณาค่าไฟฟ้าของ IPP Bidding ปรากฏว่ามีเอกชนรายเดียวที่เสนอค่าไฟฟ้ามาต่ำสุดและชนะการประมูล จากผู้ที่ผ่านการพิจารณาด้านเทคนิค 3 ราย 6 สัญญา ได้แก่ GLOW EGCO และ Gulf Energy Development (เครือกัลฟ์ เจพี) แต่ทาง กกพ. จะขอพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง และคาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะประกาศชื่อผู้ที่ชนะประมูลได้ (ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ)
การประกาศผลประมูล IPP จะเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า
เบื้องต้นคาดว่า กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี้ จะเป็นผู้ชนะประมูล IPP ทั้งหมด จากประเด็นข่าวดังกล่าวมีความเป็นไปได้ที่ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (เครือกัลฟ์ เจพี) จะเป็นผู้ชนะเพียงรายเดียว เนื่องจากเสนอก่อสร้างโรงไฟฟ้าใช้ก๊าซฯ เป็นเชื้อเพลิงจำนวน 2 สัญญา ขนาดสัญญาละ 2,500 เมกะวัตต์ ในพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ (อ.ปลวกแดง จ.ระยอง) และนิคมอุตสาหกรรมเหมราช (จ.ชลบุรี) ปัจจัยที่ทำให้ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี้ เป็นผู้ชนะมาจากการเสนอค่าไฟฟ้ามาต่ำสุด และเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหากเลือกซื้อไฟฟ้าจากผู้เสนอ 2 ใน 3 รายที่ผ่านการพิจารณาในขั้นตอนที่ 2 (ขั้นตอนทางเทคนิค) อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงผลการประชุมเบื้องต้น โดยทาง กกพ. จะมีการพิจารณารายละเอียด และประกาศผู้ชนะอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้
ปรับลดมูลค่าเหมาะสมของ EGCO ลง เราปรับลดมูลค่าเหมาะสมของ EGCO ลงจาก 175 บาท เหลือ 158 บาท (Upside gain 12.5%) โดยปรับลดมูลค่าเพิ่มจากโครงการ IPP ที่เราประเมินไว้ก่อนหน้านี้ แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ไว้เช่นเดิม เนื่องจากมีโอกาสปรับประมาณการเพิ่มในอนาคตได้จาก (1) โครงการ SPP จำนวน 3 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาขายไฟฟ้า คาดจะเริ่มดำเนินการผลิตระหว่างปี 2559 – 2560 (ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าเหมาะสมได้) และ (2) โครงการเคซอนส่วนต่อขยายอีก 500 เมะกะวัตต์ เริ่มปี 2560 คาดจะได้ข้อสรุปภายในปี 2556 เราประเมินว่าหากบริษัทสามารถเจรจาค่าไฟในส่วนต่อขยายได้จะเพิ่มมูลค่าเหมาะสมได้อีก 3.20 บาท
ระยะสั้นแนะนำ หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้า
การประกาศผลประมูล จะกดดันราคาหุ้น แต่ยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาว เราเชื่อว่าการประกาศผลผู้ชนะประมูลโรงไฟฟ้า (IPP Bidding) จะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า ระยะสั้นเราแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุน อย่างไรก็ตามเรายังคงมุมมองเป็นบวกต่อภาพรวมธุรกิจในระยะยาว เนื่องจากตามแผนพัฒนาธุรกิจไฟฟ้ายังคงมีความต้องการโรงไฟฟ้าใหม่จำนวนมาก ทำให้เราเชื่อว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะมีโอกาสที่จะเปิดประมูลโรงไฟฟ้าเพิ่ม (ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซฯ และถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิง) ตามแผนพัฒนาธุรกิจไฟฟ้า ทำให้บริษัทในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้ายังคงมีโอกาสเข้าร่วมประมูลในครั้งต่อไป






