ประกาศเปลี่ยนตัวผู้บริหาร หลังเจ้าของใหม่อย่าง สามจี แคปิตอล,เบิร์กไชร์ แฮททาเวย์ เสร็จสิ้นซื้อกิจการมูลค่า2.8หมื่นล้าน
เอช.เจ. ไฮน์ซ ประกาศเปลี่ยนตัวผู้บริหาร 11 คน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงทีมบริหารในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์หลังจากเจ้าของใหม่อย่าง สามจี แคปิตอล (3G Capital) และเบิร์กไชร์ แฮททาเวย์ เสร็จสิ้นการซื้อกิจการมูลค่า 2.8 หมื่นล้าน
บริษัทผู้ผลิตซอสมะเขือเทศรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยทีมบริหารใหม่ 11 คน โดยเก้าคนอยู่ในบริษัทไฮน์ซอยู่แล้ว
นายเบอร์นาโด ฮีส์ ซึ่งเคยดูแลเบอร์เกอร์คิงเวิลด์ไวด์ อันเป็นการลงทุนอีกธุรกิจหนึ่งของสามจี ได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร
ส่วนผู้บริหารใหม่อีกสองคนก็มีความเกี่ยวข้องกับสามจี ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มีรากเหง้าจากบราซิล และขึ้นชื่อเรื่องการลดต้นทุนอย่างหนัก
หนึ่งในนั้นคือนายเปาโล บาซิลิโอ ซึ่งได้รับประกาศแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่การเงินเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน หรือเมื่อการซื้อกิจการได้ข้อสรุป อีกคนหนึ่งคือนายเอดูอาร์โด เพลเลสโซเน ผู้เข้าร่วมในฐานะรองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ โดยเขาเคยทำงานกับอเมริกา ลาตินา โลจิสติกา ซึ่งเป็นบริษัทโลจิสติกส์ของบราซิล
หากสืบสาวประวัติจะพบว่า นายอเล็กซ์ เบอริง ผู้ร่วมก่อตั้งสามจี เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโออเมริกา ลาตินา โลจิสติกา ส่วนนายจอร์เก เปาโล เลแมนน์ นักการเงินชาวบราซิล ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสามจีอีกคนหนึ่ง มีส่วนช่วยทำข้อตกลงควบรวมกิจการอันนำไปสู่การก่อกำเนิดบริษัทผลิตเบียร์ใหญ่ที่สุดในโลก แอนฮิวเซอร์ บุช อินเบฟ (Anheuser Busch InBev)
นายเบอริงปรากฏตัวในพิตส์เบิร์กระหว่างงานแถลงข่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อหารือข้อตกลงของบริษัทไฮนซ์ พร้อมทั้งปลอบใจฝูงชนว่า บริษัทจะยังคงตั้งสำนักงานใหญ่ในเมืองพิตส์เบิร์ก พร้อมกับเดินหน้าสนับสนุนองค์กรการกุศลท้องถิ่นต่อไป ทั้งยังกล่าวในตอนนั้นว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงการลดต้นทุน
ก่อนหน้านี้ ไฮน์ซเคยกล่าวว่าจะลดงาน 45 ตำแหน่งที่โรงงานในอังกฤษ ซึ่งผลิตนมสำเร็จรูปส่งไปยังจีน เนื่องจากไม่มีประสิทธิภาพหรือความยั่งยืนในระยะยาว และใช้โรงงานในอังกฤษผลิตนมสำเร็จรูปสำหรับตลาดยุโรป และผลิตภัณฑ์อื่นๆ สำหรับอังกฤษ






