เฟดออกแถลงการณ์ คงเป้าหมายจ้างงาน 6.5% เงินเฟ้อ 2% กำหนดจุดเริ่มต้น'ถอน'คิวอี
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) ออกแถลงการณ์หลังการประชุมในวันที่ 18-19 มิ.ย. โดยยึดเป้าหมายจ้างงาน 6.5% และเงินเฟ้อ2% กำหนดถอนมาตรการคิวอี มีรายละเอียดดังนี้
ข้อมูลที่ได้รับมานับตั้งแต่เอฟโอเอ็มซีจัดการประชุมในเดือนพ.ค. บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราปานกลาง ขณะที่สถานการณ์ในตลาดแรงงานส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่อัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนการใช้จ่ายในภาคครัวเรือน และการลงทุนทางธุรกิจในสินทรัพย์คงที่ได้เพิ่มสูงขึ้น และภาคที่อยู่อาศัยปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นต่อไป
อย่างไรก็ดี นโยบายการคลังกำลังจำกัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาวที่เอฟโอเอ็มซีได้กำหนดไว้ ซึ่งมีสาเหตุบางส่วนมาจากปัจจัยชั่วคราว ส่วนการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อในระยะยาวยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ
เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่ได้รับมอบตามกฎหมายนั้น เอฟโอเอ็มซีมีความต้องการที่จะส่งเสริมภาวะการจ้างงานสูงสุดและเสถียรภาพด้านราคา โดยเอฟโอเอ็มซีคาดการณ์ว่า การผ่อนคลายนโยบายในระดับที่เหมาะสมจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตในอัตราปานกลาง และอัตราการว่างงาน จะปรับตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนเข้าใกล้ระดับที่เอฟโอเอ็มซีมองว่าสอดคล้องกับเป้าหมายทั้งสองประการดังกล่าว
เอฟโอเอ็มซีพิจารณาว่า ความเสี่ยงในช่วงขาลงที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดแรงงานได้ลดระดับลงนับตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วง และคาดว่าในระยะกลาง อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับเท่ากับหรือต่ำกว่าระดับเป้าหมายของเฟด ซึ่งอยู่ที่ 2%
เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นและเพื่อรับประกันว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับที่สอดคล้องที่สุดต่อภารกิจทั้งสองประการของเฟด ทางเอฟโอเอ็มซีจะยังคงเข้าซื้อหลักทรัพย์ ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนองของหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ (agency) ในระดับ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ทุกเดือนต่อไป และจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวในระดับ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ทุกเดือนต่อไป โดยเอฟโอเอ็มซีจะยังคงดำเนินนโยบายเดิมต่อไปในการนำเงินต้นที่ได้รับจากตราสารหนี้ และหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง มาลงทุนใหม่ในหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนองของหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และจะต่ออายุพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ครบกำหนดไถ่ถอนในการประมูล
มาตรการเหล่านี้ น่าจะส่งแรงกดดันในช่วงขาลงต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาว สนับสนุนตลาดจำนอง และน่าจะช่วยให้สถานการณ์ทางการเงินในวงกว้างอยู่ในภาวะผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
เอฟโอเอ็มซีจะจับตาข้อมูลเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างใกล้ชิดในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และเอฟโอเอ็มซีจะยังคงเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนองต่อไป และจะใช้เครื่องมืออื่นๆ ด้านนโยบายตามความเหมาะสม จนกว่าแนวโน้มของตลาดแรงงานจะปรับตัวดีขึ้นเป็นอย่างมากในบริบทของเสถียรภาพด้านราคา
ขณะที่ เอฟโอเอ็มซีพร้อมที่จะปรับขึ้น หรือปรับลดอัตราการเข้าซื้อ เพื่อให้การผ่อนคลายนโยบายจะได้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อไป ในขณะที่แนวโน้มของตลาดแรงงานหรือแนวโน้มด้านเงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงไป โดยเอฟโอเอ็มซีจะยังคงพิจารณาอย่างเหมาะสมต่อแนวโน้มประสิทธิภาพและต้นทุนของการเข้าซื้อสินทรัพย์เหล่านี้ รวมทั้ง พิจารณาระดับความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ เพื่อใช้ในการกำหนดขนาด อัตราความเร็ว และองค์ประกอบของการเข้าซื้อสินทรัพย์
เพื่อเป็นการสนับสนุนความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องที่จะนำไปสู่ภาวะการจ้างงานสูงสุดและเสถียรภาพด้านราคา เอฟโอเอ็มซีคาดว่านโยบายการเงินที่มีจุดยืนแบบผ่อนคลายอย่างมาก จะยังคงเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อไปเป็นเวลานาน หลังจากโครงการเข้าซื้อสินทรัพย์สิ้นสุดลง และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทวีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เอฟโอเอ็มซี ได้ตัดสินใจว่าจะกำหนดเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ในกรอบ 0-0.25% ต่อไป และคาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่อยู่ในระดับต่ำเป็นพิเศษ จะยังคงเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อไป ตราบใดที่อัตราการว่างงานยังคงอยู่สูงกว่า 6.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อสำหรับช่วง 1-2 ปีข้างหน้าได้รับการคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่า 0.5% เหนือเป้าหมายระยะยาวที่เอฟโอเอ็มซี ตั้งไว้ที่ 2% และการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อในระยะยาวยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม
ในการกำหนดว่าเอฟโอเอ็มซีจะใช้นโยบายการเงินที่มีจุดยืนแบบผ่อนคลายมากเป็นเวลานานเพียงใดนั้น เอฟโอเอ็มซีจะพิจารณาข้อมูลอื่นๆด้วย ซึ่งรวมถึงมาตรวัดสำหรับสถานการณ์ในตลาดแรงงานสัญญาณบ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและการคาดการณ์เงินเฟ้อ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงทางการเงิน
เมื่อใดก็ตามที่ เอฟโอเอ็มซี ตัดสินใจเริ่มต้นยกเลิกนโยบายแบบผ่อนคลาย ทางเอฟโอเอ็มซีก็จะใช้วิธีการที่มีความสมดุลและสอดคล้องกับเป้าหมายในระยะยาวในการส่งเสริมภาวะการจ้างงานสูงสุด และทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2 %
ทั้งนี้ กรรมการเอฟโอเอ็มซี ที่ลงคะแนนเสียงเห็นชอบต่อการดำเนินนโยบายการเงินในครั้งนี้ ได้แก่ นายเบน เอส เบอร์นันเก้ ประธานเฟด นายวิลเลียม ซี ดัดลีย์ รองประธาน นางอลิซาเบธ เอ ดุ๊ค นายชาร์ลส์ แอล อีแวนส์ นาย เจอโรม เอช พาวเวล นางซาราห์ บลูม รัสกิน นายเอริค เอส โรเซนเกรน นายเจเรมี ซี สไตน์ นายแดเนียล เค ทารุลโล และนางเจเน็ต แอล เยลเลน
ส่วนกรรมการที่ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย ได้แก่ นายเจมส์ บูลลาร์ด ซึ่งเชื่อว่าเอฟโอเอ็มซี ควรจะส่งสัญญาณอย่างแข็งแกร่งกว่านี้ในการแสดงความเต็มใจที่จะปกป้องเป้าหมายด้านเงินเฟ้อ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำในระยะนี้ และนางเอสเธอร์ แอล จอร์จ ซึ่งกังวลว่าการผ่อนคลายทางการเงินในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะไม่สมดุลทางเศรษฐกิจและการเงินในอนาคต และอาจส่งผลให้การคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อในระยะยาวเพิ่มสูงขึ้น









