โดดเด่นจากสายการบินราคาประหยัดที่มีการเติบโตสูงสุด
- สนามบินในประเทศมีศักยภาพรองรับการขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำ
เรายังเชื่อว่าธุรกิจสายการบินราคาประหยัดจะยังคงมีแนวโน้มเติบโตในอัตราสูงต่อเนื่องหลังจากที่มีการเติบโตสูงกว่า 20% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ล่าช้าโดยเฉพาะการเดินทางโดยรถยนต์และรถไฟ ขณะที่การเดินทางโดยสารการบินราคาประหยัดแม้จะมีราคาสูงกว่าแต่ยังสามารถแข่งขันได้เพราะประหยัดเวลามากกว่าและมีราคาค่าโดยสารต่ำลง ขณะที่ขีดความสามารถในการรองรับของสนามบินไม่ถูกจำกัดเหมือนในอดีต หลังจากที่ AOT กลับมาเปิดใช้สนามบินดอนเมืองและมีแผนจะเป็นใช้เต็มพื้นที่ในปี 2557 เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจสารการบินราคาประหยัด
- จำกัดความเสี่ยงของราคาน้ำมันจากกลยุทธ์ Dynamic Pricing
เราชอบกลยุทธ์การตั้งราคาตั๋วของ NOK แบบ Dynamic Pricing หรือการกำหนดค่าตั๋วโดยสารหลายระดับราคา เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในในการบริหารรายได้และต้นทุนเชื้อเพลิง เนื่องจากบริษัทสามารถปรับราคาจำหน่ายตั๋วโดยสารได้บางส่วน เพื่อชดเชยผลกระทบจากราคาน้ำมัน นอกเหนือจากกลยุทธ์ในการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เครื่องบินและบริหารเส้นทางการบินให้เหมาะสม หรือแม้แต่การทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงซึ่งป้องกันความเสี่ยงได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็น 30 - 40% ของต้นทุนในการดำเนินงานของ NOK
- คาดกำไรสุทธิปี 2556 เติบโต 136%YoY
ในปีนี้เราคาดว่า NOK จะมีกำไรสุทธิ 1,178 ล้านบาท เติบโต 136% YoY ส่วน EPS คาดว่าจะเติบโต 87% YoY และยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า จากการปรับเปลี่ยนรุ่นของเครื่องบินและเพิ่มขนาดของฝูงบิน ซึ่งจะทำให้อายุเฉลี่ยของเครื่องบินลดลง ประโยชน์ที่ NOK จะได้รับคือ (1) ชั่วโมงการบินเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้น 51% เป็น 10.3 ชั่วโมง (2) ต้นทุนเชื้อเพลิงต่อที่นั่งลดลง (3) อัตราการใช้เครื่องบินสูงขึ้น เมื่อเทียบกับเครื่องบินที่มีอายุเฉลี่ยมาก ซึ่งจะต้องมีการจอดซ่อมแซมเป็นระยะ และ (4) ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่ลดลง









