วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

DTAC : ขาย

คาดปีนี้กำไรสุทธิผ่านช่วงดีสุดแล้ว

คาดกำไรสุทธิ 2Q56 ที่ 2,923 ล้านบาท


เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q56 ที่ 2,923 ล้านบาท ลดลง 3% QoQ เนื่องจากการลงทุนโครงข่ายเพิ่มขึ้นจากการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ของ 3G-2.1GHz และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มราว 10% QoQ จากการทำตลาดลูกค้าใหม่และเปิดตัวแบรนด์ TriNet ส่วนรายได้รวม IC คาดลดลง QoQ จากผลฤดูกาลการใช้โทรศัพท์และโปรโมชั่นโทรอัตราเดียวทุกเครือข่าย ทำให้รายรับ IC ลดลงสวนทางรายจ่าย IC เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ 2Q55 คาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3% จากรายได้เพิ่มตามฐานลูกค้าและรายได้ Non voice รวมทั้งค่าใช้จ่ายภาษีลดลงตามอัตรา 20% อย่างไรก็ตามผลกระทบค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น QoQ และ YoY ฉุด EBITDA margin ลดลงเป็น 29.8%


ขยายตลาด 3G Prepaid ด้วย TriNet Phone


เดือน มิ.ย.นี้ DTAC เปิดตัวโทรศัพท์ House Brand “TriNet Phone” 3 รุ่น ราคาเฉลี่ยเครื่องละ 1,290-4,590 บาท เพื่อขยายตลาด 3G กลุ่มลูกค้า Prepaid ซึ่งยังมีสัดส่วนการใช้ Smart Phone ต่ำกว่ากลุ่ม Postpaid เรามองว่าการทำตลาดด้วยราคาถูกประกอบกับกระแสตอบรับดีจากลูกค้า จะทำให้รายได้ขายโทรศัพท์ 2Q56 เพิ่มขึ้น QoQ เป็น 3 พันล้านบาท แต่อัตรากำไรของการขายเครื่องโทรศัพท์คาดว่าจะลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของ 2Q56 ลดลง QoQ เป็น 31.2%


แผนขยายโครงข่ายปีนี้ครอบคลุม 30%


วันที่ 23 ก.ค. DTAC จะเปิดบริการ TriNet 3G เชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีลูกค้าเดิมตอบรับการใช้งานราว 1 ล้านราย โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายลูกค้า 8-10 ล้านราย เป็นลูกค้าเดิม 40% และลูกค้าใหม่ 60% ส่วนการขยายโครงข่ายใหม่รองรับบริการ 3G-2.1 GHz ครอบคลุม 30% ในปีนี้ยังเป็นไปตามแผน ทำให้จะเห็นต้นทุนดำเนินงานครึ่งปีหลังสูงกว่าครึ่งปีแรก อย่างไรก็ดีส่วนแบ่งรายได้เครือข่าย 2G ที่จะลดลงและค่า IC เครือข่าย 2G มีแนวโน้มลดลงเป็นนาทีละ 0.45 บาท เท่ากับเครือข่าย 3G ทำให้คาดว่าปีนี้ DTAC จะมี EBITDA Margin 29.5% ใกล้เคียงเป้าหมายบริษัท


ปรับคำแนะนำเป็น “ขาย”


เราคาดว่า DTAC จะจ่ายเงินปันผลได้ตามนโยบายไม่น้อยกว่า 80% ของกำไรสุทธิและจ่ายรายไตรมาสจากการลงทุนใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเราคาดว่า DTAC จะจ่ายเงินปันผลสำหรับงวด 2Q56 อัตราหุ้นละ 1.10 บาท (อิงอัตราจ่ายเงินปันผล 89% ของกำไรสุทธิ) และคาดเงินปันผลปีนี้จะจ่ายหุ้นละ 5.09 บาท (Div. Yield 4%) เราคงประมาณการกำไรทั้งปี 2556 โดยคาดว่าจะเติบโต 7% YoY แต่เราไม่เห็นปัจจัยบวกใหม่ต่อประมาณการปีนี้และคาดว่าต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้นในครึ่งปีหลังจะทำให้กำไรชะลอลงจากครึ่งปีแรก เราปรับคำแนะนำเป็น “ขาย” มองว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานแล้ว