วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.หนุนแบงก์ฯลดค่าต๋งข้ามเขต

"แบงก์ชาติ"หนุนธนาคารพาณิชย์หั่นค่าธรรมเนียมข้ามเขตผ่านอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อคนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ดึงคนใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่ม

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กรณีธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเตรียมปรับลดค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามเขตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในธนาคารเดียวกันลงนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ คือ ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มสาวโรงงาน รวมไปถึงภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต้องโอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้าบริการอยู่เป็นประจำ

ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเตรียมปรับลดค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามเขตภายในธนาคารเดียวกันลง 2 รายการ เริ่ม 1 ก.ค.นี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า รายการแรก คือ โอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ซึ่งถ้าเป็นการทำธุรกรรมใน 5 รายการแรกจะไม่เสียค่าธรรมเนียม หลังจากนั้นคิดรายการละ 10 บาท จากเดิมที่คิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำหมื่นละ 10 บาท สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

ส่วนรายการที่สอง คือ ลดค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามเขต ทั้งบัญชีตัวเองและบัญชีบุคคลอื่นภายในธนาคารผ่านเครื่องเอทีเอ็ม การทำธุรกรรมประเภทนี้ในรายการแรกธนาคารฯ จะไม่คิดค่าธรรมเนียม ส่วนรายการถัดไปคิดรายการละ 10 บาท จากเดิมรายการละ 15 บาท

เขากล่าวด้วยว่า การตัดสินใจลดค่าธรรมเนียมส่วนนี้ของธนาคารพาณิชย์ทำให้กระบวนการโอนเงินผ่านระบบดังกล่าวถือเป็นระบบที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด เพราะการโอนเงินผ่านระบบอื่นๆ มีค่าธรรมเนียมประมาณ 15-19 บาท หรืออย่างการส่งเงินผ่านไปรษณีย์ก็มีค่าธรรมเนียมราว 30 บาท จึงบอกได้ว่าค่าธรรมเนียมที่ลดลงมาประชาชนได้ประโยชน์แท้จริง การลดค่าธรรมเนียมส่วนนี้ลงเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ค่าธรรมเนียมส่วนอื่นมีโอกาสปรับลดตามด้วย

ส่วนความเข้มงวดปล่อยสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งธนาคารพาณิชย์เพิ่มระดับความเข้มงวดส่วนนี้เพิ่มขึ้นว่าจะเป็นเรื่องดี เพราะการเพิ่มความเข้มงวดไม่ได้เพิ่มเพื่อป้องกันตัวธนาคารพาณิชย์แต่ป้องกันตัวลูกค้าที่มาขอใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม ระดับความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มความเข้มงวดปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ขึ้นไปมากกว่า แต่ถ้าเป็นการซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ระดับความเข้มงวดยังปกติ

ส่วนกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เริ่มระมัดระวังปล่อยสินเชื่อเพิ่มส่วนใหญ่เป็นการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป หรือเห็นว่าผู้ขอสินเชื่อมีระดับหนี้ต่อรายได้เกินกว่า 40% ซึ่งการเข้มงวดในลักษณะนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ยึดหลักความระมัดระวัง

เขากล่าวด้วยว่า ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมียอดปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยคงค้างอยู่ที่ 1.4-1.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 10% ในจำนวนนี้ 85% เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบ และที่เหลืออีก 15% เป็นที่อยู่อาศัยแนวสูง

ส่วนสาเหตุที่คนเริ่มมองหาบ้านหลังที่ 2 มากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะต้องการซื้อเพื่อลงทุนหรือปล่อยเช่า โดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน เรื่องนี้อัตราดอกเบี้ยมีอิทธิพลพอสมควร เพราะถ้าดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำเกินไป เทียบเงินเฟ้อไม่ติดลบ ก็ทำให้ประชาชนไม่ต้องดิ้นรนหาแหล่งลงทุนอื่นเพื่อจะได้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น