วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Media Sector

ทีวีดิจิทัลคืบหน้า กสท. มีมติออกใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายแล้ว

ประเด็นข่าว


ที่ประชุม กสท. วานนี้ (17 มิ.ย.) มีมติอนุมัติประเด็นสำคัญ ดังนี้


1.กำหนดระยะเวลาคืนคลื่นความถี่ (Terrestrial Analog) ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 5, Modern 9 และ NBT ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ กสทช. มีมติเห็นชอบ


2.ให้สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 เสนอแผนการปรับผังรายการไปสู่การบริการสาธารณะประเภทที่ 2 ภายใน 1 ปี โดยแผนดังกล่าวต้องมีการดำเนินการปรับผังให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี


3.ให้สถานีโทรทัศน์ช่อง NBT เสนอแผนการปรับผังรายการไปสู่การบริการสาธารณะประเภทที่ 3 ภายใน 1 ปี และแผนดังกล่าวต้องมีการดำเนินการปรับผังให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี


4.กำหนดระยะเวลาคืนคลื่นความถี่ (Terrestrial Analog) ของสถานีโทรทัศน์ช่อง TPBS ภายในระยะเวลาการอนุญาตให้ประกอบกิจการที่เหลืออยู่


5.ดำเนินการออกใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล แก่ กองทัพบก, MCOT, กรมประชาสัมพันธ์ และ TPBS เป็นระยะเวลา 15 ปี


6.ให้ผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัลมีหน้าที่ออกอากาศบริการโทรทัศน์ของผู้ประกอบการรายเดิม (ช่อง 3, 5, 7, Modern 9, NBT และ TPBS) คู่ขนานบนโครงข่ายดิจิทัลในระบบ HD (ความคมชัดสูง) จนกว่าจะยุติการรับส่งสัญญาณ Terrestrial Analog


ผลกระทบ


ทีวีดิจิทัลมีความคืบหน้าขึ้น เราคาดว่ามีแนวโน้มว่าจะเกิดการประมูลช่องทีวีดิจิทัลประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ได้ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตามอัตราค่าบริการโครงข่ายและความชัดเจนของเกณฑ์ Must Carry ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามเพื่อประเมินโอกาสจากการเกิดทีวีดิจิทัลต่อไป


MCOT มีช่องทางหารายได้เพิ่มจากการให้บริการโครงข่ายทีวีดิจทัล อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามข้อมูลเพื่อประเมินมูลค่าโครงการต่อไป เช่น มูลค่าการลงทุนในการวางโครงข่าย ต้นทุนในการบริหารจัดการ อัตราค่าบริการโครงข่าย และความร่วมมือกับพันธมิตร เป็นต้น


WORK และ GRAMMY มีความเสี่ยงจากแผนการปรับผังรายการช่อง 5 เนื่องจากการบริการสาธารณะประเภทที่ 2 (วัตถุประสงค์เพื่อความมั่นคงของรัฐ) ต้องมีรายการที่เป็นข่าวสารหรือสารประโยชน์ไม่น้อยกว่า 70% และให้หารายได้จากการโฆษณาเท่าที่เพียงพอต่อการประกอบกิจการโดยไม่เน้นการแสวงหากำไร อย่างไรก็ตาม กสท. ให้เวลาในการปรับผังให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี


คำแนะนำ


ปรับน้ำหนักการลงทุนเพิ่มเป็น “Overweight” ความคืบหน้าของการทำทีวีดิจิตอลมีความคืบหน้าขึ้นมากแต่ยังต้องติดตามข้อมูลใกล้ชิดเพื่อประเมินมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการเกิดทีวีดิจิทัลต่อไป โดยเราประเมินผู้ที่จะได้ประโยชน์จากการเกิดทีวีดิจิทัล ได้แก่ ผู้ที่มีความสามารถในการผลิต Content ที่ได้รับความนิยม เช่น BEC, WORK, GRAMMY และ RS และผู้ให้บริการโครงข่ายอย่าง MCOT เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ปัจจุบันตลาดมีความผันผวนเราเลือก BEC (“ซื้อ” 73.20 บาท) และ MAJOR (“ซื้อ” 24.60 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มจากแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของผลประกอบการงวด 2Q56 ทั้งนี้ เราเปลี่ยนคำแนะนำหุ้น WORK เป็น “ถือ” (จากเดิม “ขาย”) หลังจากราคาหุ้นลดลงเข้าใกล้มูลค่าเหมาะสมที่เราประเมิน และเราเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่ม MEDIA เป็น “Overweight” (จากเดิม “Neutral”)