บอร์ดปิดบัญชีข้าวถกด่วนก่อนประชุม ยันตัวเลขขาดทุน 1.3 แสนล้านบาท เมินตัวเลขสต๊อกข้าวอคส. ที่รอแปรสภาพ2.5ล้านตัน
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ได้เรียกหน่วยงานทีเกี่ยวข้องประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ หลังจากที่นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีหนังสือขอให้ให้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ หารือด่วนในช่วงเช้าวานนี้ (17 มิ.ย.) ก่อนที่จะมีการประชมของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้
ทั้งนี้ เพื่อหาข้อยุติตัวเลขขาดทุนในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะปี 54/55 หลังจากนายวราเทพพบว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ไม่มีการบันทึกจำนวนข้าวเปลือกที่อยู่ระหว่างการแปรสภาพเป็นข้าวสารอีกจำนวน 2.5 ล้านตัน ลงในรายงานปิดบัญชี ซึ่งหากคิดตามวิธีคำนวณของคณะอนุกรรมการฯ จะมีมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท หากนำไปหักลบกลบหนี้กับตัวเลขขาดทุน ก็จะลดลง โดยหากได้ข้อยุติเรื่องตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว ก็จะนำไปเสนอให้กขช.รับทราบต่อไป
น.ส.สุภา กล่าวเพิมเติมว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้นำตัวเลขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการรับจำนำข้าวประมาณ 9-10 หน่วยงานมาใช้ ในการจัดทำรายงานปิดบัญชีโครงการ โดยที่ผ่านมายืนยันว่าใช้วิธีคิดในลักษณะเดียวกันโดยคำนวนจากฐานราคาเฉลี่ย แล้วนำมาบวกลบกับยอดตัวเลขค่าใช้จ่ายจริง ซึ่งทำมาแล้วในการปิดบัญชีโครงการประกันราคาสินค้าเกษตรในสมัยที่นายกรณ์ จาติกวนิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และครั้งที่สองเป็นการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2554/2555 ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน จึงไม่เข้าใจว่าทำไมครั้งนี้จึงกลับมีปัญหา และยืนยันว่าในการประชุม กขช. เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ กขช.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับวิถีคำนวณตัวเลขปิดบัญชีของคณะอนุกรรมการฯ
รายงานข่าวเปิดเผยภายหลังการประชุมของคณะอนุกรรมการฯว่า ที่ประชุมไม่รับตัวเลขข้าวเปลือกที่อยู่ระหว่างแปรสภาพเป็นข้าวสารอีก 21.5 ล้านตันมาลงบันทุกเป็นรายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต เพราะการบันทึกบัญชีจะลงเฉพาะที่เป็นข้าวสารพร้อมขายแล้วเท่านั้น อีกทั้งต้องลงไปตรวจสอบก่อนว่ามีข้าวเปลือกดังกล่าวอยู่จริงหรือไม่ ขณะนี้ทางคณะอนุกรรมการปิดบัญชีจึงยังยืนยันตัวเลขการขาดทุนเท่าเดิมที่ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท









