วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทอง'ขาลง'ลดพอร์ตลงทุนเหลือ22%

ศูนย์วิจัยทองคำเผยปีนี้นักลงทุนลดพอร์ตลงทุนทองคำ 12% เหลือ 22% จากปีก่อนลงทุนทองคำอยู่ 34% มองแนวโน้มทองยังเป็น"ขาลง"

นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน มิ.ย.ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำปรับลดต่ำลงจากเดือนก่อนหน้า ผลจากราคาทองคำปรับลดลงต่อเนื่อง 5 เดือนติด ทำให้ความเชื่อมั่นว่า ราคาทองคำจะปรับขึ้นน้อยลง และเมื่อแยกประเภทของกลุ่มตัวอย่างพบว่า กลุ่มผู้ค้ามีความเชื่อมั่นต่อราคาทองคำสูงกว่ากลุ่มนักลงทุน โดยปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำสูงสุด คือ ค่าเงินบาท

สำหรับความเชื่อมั่นต่อราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้า พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 50 จุด เป็นครั้งแรก โดยค่าดัชนีอยู่ที่ 46.25 จุด สะท้อนว่าในช่วง 3 เดือนข้างหน้าราคาทองคำในประเทศอาจจะยังไม่ฟื้นตัว

ขณะที่สัดส่วนการลงทุนในทองคำของนักลงทุน ผลสำรวจพบว่า นักลงทุนให้น้ำหนักการลงทุนทองคำปีนี้ ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 22.3% ของพอร์ตการลงทุน ลดลง 12.02% จากปีก่อนหน้ามีสัดส่วนการลงทุนในทองคำ 34.33% ของพอร์ตการลงทุน และมีนักลงทุนกว่า 16.98% คาดจะไม่มีการลงทุนในทองคำปีนี้เลย ขณะที่กลุ่มผู้ค้าทองคำ แนะนำให้นักลงทุนในทองคำเฉลี่ยประมาณ 10-20% ของเงินลงทุน

"ทองคำยังถือว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยง เพราะราคามีความผันผวน ทองคำจะกลับมาเป็นสินทรัพย์ลงทุนได้ ก็ต่อเมื่อเราสามารถคาดการณ์ผลตอบแทนได้ ในช่วงนี้จึงยังไม่แนะนำให้ลงทุน หรือซื้อสะสม เพราะราคาทองคำยังอยู่ในช่วงขาลง"

เขากล่าวต่อว่า สำหรับการไหลออกของเงินลงทุนต่างชาติ ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุนในทองคำ แต่จะส่งผลทางอ้อมในเรื่องของค่าเงินบาท เพราะจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลให้ราคาทองคำในรูปของเงินบาท ปรับลดลงน้อยกว่าราคาในรูปของสกุลดอลลาร์

นอกจากนี้เชื่อว่าเม็ดเงินที่ไหลออกจากตลาดหุ้น คงไม่เข้ามาลงทุนทองคำ เพราะยังรอจังหวะการเข้าซื้อหุ้นต่อ ผิดจากเงินที่ไหลออกจากทองคำที่ไหลออกเลย หากเม็ดเงินไหลออกแรง จนผลตอบแทนตลาดหุ้นต่ำมากๆ อาจทำให้การลงทุนในตลาดทองคำกลับมาคึกคักได้

ด้านนายภูษิต วงศ์หล่อสายชล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นผู้ค้าทองคำ 15 คน ส่วนใหญ่เชื่อว่า ราคาทองคำในตลาดโลกช่วงเดือนมิ.ย.โดยรวมน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,300-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับอยู่ที่ 1,300-1,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กรอบแนวต้านที่ 1,420-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับราคาทองคำแท่งในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 96.5%) ให้น้ำหนักราคาสูงสุดระหว่าง 20,000-21,500 บาทต่อบาททองคำ และกรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุดกลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักระหว่าง 18,500-20,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ โดยมีประเด็นค่าเงินบาทและการชะลอมาตรการคิวอี ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นประเด็นสำคัญที่กระทบราคาทองคำในเดือนมิ.ย.

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกคือ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จากระดับ 28.50 บาท มาใกล้ระดับ 30.5 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นมากกว่า 1 พันบาทต่อบาททองคำ ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะส่งให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อ

ส่วนปัจจัยลบอยู่ที่การชะลอมาตรการคิวอีของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เงินดอลลาร์อาจจะแข็งค่าเงินในอนาคต กดดันราคาทองคำในรูปดอลลาร์ และลดความน่าสนใจในการถือครองทองคำลง การลดมาตรการคิวอี ยังไม่มีความชัดเจน และยังมีแรงขายต่อเนื่องของกองทุนขนาดใหญ่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนเป็นปัจจัยลบด้วย