ระยะสั้น ขึ้นขายลงซื้อ ในกรอบ 1,545-1,500 จุดไปก่อน ยาวกว่านั้นรอยืน 1,545 จุด
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ การลงทุนในระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์ ยังคงทำได้เพียงเก็งกำไร "ขึ้นขายลงซื้อ" ในกรอบ 1,545-1,500 จุด โดยมี 1,500 จุดเป็นจุด Cut Loss ไปก่อน ขณะที่การลงทุนในระยะที่ยาวออกไป (มากกว่า 1 สัปดาห์) ยังจำเป็นต้องรอให้ SET กลับไปปิดเหนือ 1,545 จุดด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 6 หมื่นล้านบาทก่อน เพื่อยืนยันสัญญาณซื้อในระยะกลาง (1 เดือน) เนื่องการดีดตัวขึ้นในระยะสั้นของ SET ยังมีแรงกดดันหลักจากการขายสุทธิออกมาต่อเนื่องของต่างชาติทั้งในตลาดพันธบัตร และหุ้น บนความกังวลกับความเสี่ยงด้านการคลังจากความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าว และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอลง สะท้อนออกมาชัดเจนจากการที่วานนี้ต่างชาติขายสุทธิออกมาอีก 6.4 และ 1.8 พันล้านบาทในตลาดพันธบัตร และหุ้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทยังคงเดินหน้าอ่อนค่าต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดีบนปัจจัยหนุนจากตลาดต่างประเทศ ตราบใดที่ SET ยังเหวี่ยงตัวไม่ต่ำกว่า 1,500 จุด การดีดกลับสามารถเกิดขึ้นได้ในกรอบ 1,545-1,500 จุด จากความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้นว่าในการประชุม FOMC วันที่ 18-19 มิ.ย.2556 เฟดจะไม่ส่งสัญญาณการปรับลดขนาดมาตรการ QE ลง ขณะที่ปัจจัยหนุนในภูมิภาคสัปดาห์นี้ยังคงมีอยู่จากความเป็นไปได้ที่ในการประชุม BOJ วันที่ 10-11 มิ.ย.2556 นี้ BOJ จะมีการปล่อยมาตรการเงินกู้ระยะเวลามากกว่า 1 ปี เพื่อสกัดกั้นไม่ให้การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ส่งผลกระทบต่อนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน
กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะกลาง (1-2 เดือน) เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณการซื้อเพิ่ม เน้น “ถือเงินสด” ไปก่อน ขณะที่การลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ขึ้นขายลงซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,500-1,545 จุด โดยเน้น BBL, BAY, LIVE, CK, SEAFCO, LH, LPN, BCP, AMATA, MSC และ SYMC อย่างไรก็ดีสำหรับวินัยการลงทุนระยะสั้น กรณี SET กลับไปปิดต่ำกว่า Cut Loss Area บริเวณ 1,500 จุดอีกครั้ง ซึ่งจะส่งให้ SET ลงไปที่ 1,460 จุดเร็วมาก แนะนำ “ขายลดความเสี่ยง” ออกไปก่อน









