เฟดเข้าซื้อพันธบัตร 1.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ก่อน
ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 175,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค.56 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 167,000-170,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานขยับขึ้นแตะ 7.6% ในเดือนพ.ค.56 จาก 7.5% ในเดือนก่อนหน้าจาก ส่วนตัวเลขงบดุลของเฟดในช่วง 29 พ.ค.-6 มิ.ย.56 พบว่ามีการซื้อสุทธิตั๋วเงิน, พันธบัตร และสินทรัพย์ในโครงการ MBS 14,508 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 17% ของเป้าหมายการซื้อเฉลี่ยที่ 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ขณะที่สัปดาห์ก่อนหน้าเฟดมีการขายพันธบัตรสุทธิ 7,446 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กองทุนทริกเกอร์ ฟันด์ของบลจ.ต่างๆ ออกมามาก ทั้งนี้กองทุนที่ประกาศขาย IPO ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนมิ.ย.56 ที่เรารวบรวมถึงวันที่ 7 มิ.ย.มีขนาดกองทุนรวมกันประมาณ 1.63 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเข้าซื้อหุ้นได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 ของเดือนมิ.ย.56 นี้ และแรงซื้อส่วนนี้น่าจะช่วยพยุงราคาหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีได้ในระดับหนึ่ง
กลยุทธ์การลงทุน
สำหรับสัปดาห์นี้ ตลาดมีสิทธิรีบาวด์ต่อในช่วงต้น โดยมีแรงส่งจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.ของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 7.6% ทำให้คาดว่าเฟดจะยังไม่ลดขนาดโครงการ QE อย่างรวดเร็ว รวมทั้งคาดว่าจะมีแรงซื้อจากกองทุนทริกเกอร์ฟันด์เป็นหลักหมื่นล้านบาทในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิ.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงกดดันจากการที่เศรษฐกิจจีนเติบโตชะลอตัวลง และการเมืองไทยเริ่มมีน้ำหนักความเสี่ยงมากขึ้นหลังผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นเรื่อยๆ และวิตกกับความไม่แน่นอนหากมีการแก้ไขร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า
กลยุทธ์ : การลงทุนเน้น Follow เป็นหลัก (ให้น้ำหนักกับกลยุทธ์แบบ Contarian น้อยเนื่องจากยังมีความเป็นไปได้ว่า SET อาจยังไม่สิ้นสุดการพักฐาน) ทั้งนี้การรีบาวด์ที่ไม่ผ่าน 1550 จุดควรขาย/ลดพอร์ตตาม โดยเฉพาะพอร์ตที่มีเงินสดเหลืออยู่น้อย เพราะมีโอกาสที่ดัชนีจะอ่อนตัวลงแบบมีนัยสำคัญอีกรอบ แต่ถ้าผ่าน 1550 ขึ้นไปได้ให้เลือกซื้อ/ถือต่อเพื่อลุ้นแนวต้านต่อไปที่ 1580-1600, 1620-1630 จุด (ช่วงนี้ต้องดูและปรับกลยุทธ์เป็น Step ไป) หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ ได้แก่ MINT (แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 32 บาท) และ THCOM (แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 42 บาท)









