ออมสินเตรียมเซ็นสัญญาให้เงินกู้เพื่อบริหารจัดการน้ำกับสบน.ภายในเดือนนี้ หลังเป็นผู้ชนะการประมูลสินเชื่อดังกล่าวไปแล้วประมาณ 1.2 แสนล้าน
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ธนาคารได้เข้าไปประมูลสินเชื่อเพื่อการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล โดยธนาคารชนะการประมูลไปแล้วเป็นวงเงินประมาณ 1.2 แสนล้านบาท จากวงเงินที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.)กระทรวงการคลังได้เปิดประมูลไปในวงเงินประมาณกว่า 2 แสนล้านบาท ส่วนวงเงินที่เหลืออีกกว่า 1 แสนล้านบาท สบน.จะดำเนินการเปิดประมูลในทุกวันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์จนเต็มวงเงินสินเชื่อ
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจำนวน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำ โดยกำหนดว่า การกู้เงินจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้
ที่ผ่านมา สบน.ได้ทยอยเปิดประมูลสินเชื่อน้ำ แต่ยังไม่ได้มีการทำสัญญา เข้าใจว่า ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ การประมูลและการทำสัญญาการกู้จะเกิดขึ้น เพราะในกฎหมายกำหนดว่า จะต้องดำเนินการกู้เงินให้แล้วเสร็จภายในเดือนดังกล่าว ส่วนการเบิกจ่ายเงินนั้น จะเป็นไปตามงวดงานการลงทุนก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้ เราก็ยังไม่ทราบแน่ชัด เพราะต้องรอให้การประมูลผู้ที่จะเข้ามาดำเนินโครงการแล้วเสร็จก่อน
"สบน.ได้เปิดประมูลสินเชื่อน้ำไปประมาณ 8-9 ครั้ง วงเงินเฉลี่ย2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งทางธนาคารก็ได้เข้าไปแข่งขัน โดยเสนอวงเงินที่ประมูลแต่ละครั้งประมาณ 2 ใน 3 ของวงเงินที่เปิดประมูล ทำให้เราได้วงเงินที่ชนะประมูลมาประมาณ 1.2 แสนล้านบาท และ เราตั้งเป้าหมายว่า เราจะได้วงเงินสินเชื่อน้ำนี้ประมาณ 50-60%"
เขากล่าวว่า แม้ว่า เราจะเป็นผู้ชนะการประมูลสินเชื่อน้ำในสัดส่วนที่มากกว่าธนาคารอื่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ต้นทุนการเงินของธนาคารต้องสูงขึ้น เพราะการระดมเงินทุนหรือเงินฝากของธนาคารจะสอดคล้องกับแผนการใช้เงินลงทุนในแต่ละปี เบื้องต้น ในปีแรกหรือปี 2556 นี้ คาดว่า สบน.จะเบิกเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนปีต่อไปจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท แต่ก็ต้องขึ้นกับแผนการลงทุนในแต่ละโครงการด้วย
"ขณะนี้ เราต้องการแผนการลงทุนที่ชัดเจน เพื่อนำมาวางแผนการระดมเงินทุนของเรา เพราะต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องยากที่เราจะระดมเงินทุนในระยะยาว ขณะนี้ เต็มที่ก็ได้แค่ 1 ปี ฉะนั้น ความชัดเจนเรื่องของตารางเวลาการเบิกจ่ายเงิน ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการระดมเงินของเรา ส่วนระยะเวลาของเงินกู้จะอยู่ที่ 3 ปี โดยเงินกู้จะต้องเบิกจ่ายให้หมดภายในปี 2559"






