ขึ้นตามภูมิภาค แนะนำเก็งกำไรแบบมีจุดขายตัดขาดทุน 2-3% (Stop Loss หากหลุด 1500 จุด)
คาดดัชนีฯ ขึ้นตามภูมิภาค แนวต้าน 1525/1536 จุด แนวรับ 1505/1495 จุด แนะนำ นักลงทุนระยะสัปดาห์ ซื้อเก็งกำไรแบบมีจุดขายตัดขาดทุน 2-3% เพื่อรอไปขายที่แนวต้าน 1536จุด หรือสูงกว่า จากแนวโน้มรีบาวด์ทางเทคนิค ส่วนนักลงทุนระยะยาว แนะนำเลือกลงทุนรายตัว บริเวณ 1480-1500 จุด ปัจจัยบวกระยะสั้น คือ แรงซื้อกองทุน Target Fund/LTF Fund ช่วยทำให้การปรับลดลงของดัชนีฯ มีจำกัด
ความเสี่ยงขาลงไปที่บริเวณ 1480 จุดหรือต่ำกว่า ยังคงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึนอีกครั้งในเร็วๆ นี้ อิง
1. รูปแบบดัชนีฯปัจจุบัน อาจฟอร์มตัวเป็นรูปแบบขาลงใหญ่ Head and Shoulder ซึ่งมีกรอบแนวรับ Neck Line ที่ 1470 จุด และลงได้ลึกต่ำกว่า 1400 จุด หากหลุดแนวรับ Neckline ดังกล่าว ทำให้ดัชนีฯเปราะบางต่อข่าวลบและพร้อมดิ่งลงแรงหากดัชนีฯหลุดแนวรับสำคัญๆ
2. แรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ยังคงมีต่อเนื่อง (ดูรายงาน Weekly Fund Flow วันนี้ พบว่ามีการขายสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่องเป้นสัปดาห์ที่สอง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชีย มีแรงขายเพิ่มกว่าเท่าตัว) โดยผลประชุมเฟด 18-19 มิ.ย. จะเป็นไฮไลท์สำคัญ ต่อแนวโน้มรีบาวด์ขึ้น หรือลงต่อ
3. ตลาดค่อนข้างเปราะบางต่อข่าวลบ: เราคาดว่า ข่าวดีวันศุกร์จากรายงานจ้างงานสหรัฐฯเดือน พ.ค.ที่ดีกว่าคาดการณ์ 1.75 แสนราย (คาด 1.7 แสนราย) และไม่สูงพอที่เฟดจะยกเลิกนโยบาย QE3 จะช่วยหนุนตลาดหุ้นโลกได้ในกรอบจำกัด โดยมีประเด็นลบใหม่ ช่วงสุดสัปดาห์ จาก อดีตประธานเฟด กรีนสแปน ซึ่งแนะนำให้ เฟดยกเลิกโครงการ QE3 แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯไม่แข็งแรง เพราะวิตกอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นอาจเกิดขึ้นแบบ V-shape และสร้างความเสี่ยงสูงต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงจีนรายงานการส่งออกเดือน พ.ค. +1%y-y แย่สุดรอบ 10 เดือน จะส่งผลกระทบด้านลบต่อหุ้นกลุ่มส่งออก กลุ่มCommodity









