วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"คอนเทนท์ ดิจิทัล"ปูพรมไร้ขีดจำกัด

ในปี 2556 จะมีการเปลี่ยนแปลง Media Landscape มากที่สุดในรอบ 50 ปีของอุตสาหกรรมสื่อในประเทศไทย

จากโทรทัศน์อนาล็อกสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) รวม 48 ช่อง ภายใต้การจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เช่นเดียวกับฝั่งกิจการโทรคมฯ ที่จะก้าวสู่ยุค "3 จี" เต็มรูปแบบ

อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี กล่าวว่าในรอบ 50 ปีที่ผ่านมาการใช้ "คลื่นความถี่" ในกิจการวิทยุโทรทัศน์ของไทย ถือว่า"ไม่คุ้มค่า" เพราะใช้งาน 1 คลื่นฯ ต่อ 1 ช่องฟรีทีวี (อนาล็อก) เท่านั้น

แต่ภายใต้โรดแมพ Go Digital ของกสทช. ได้กำหนดแผนเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัล ต่อไป 1 คลื่นฯ จะจัดสรรได้อย่างน้อย 4-8 ช่อง หรือ 12 ช่อง มีทั้งช่องความคมชัดสูง (high definition :HD) และความคมชัดมาตรฐาน (standard definition :SD) พร้อมก้าวสู่ระบบอินเตอร์แอคทีฟ ส่งผ่านข้อมูลแบบ two way communication สามารถรั

สัญญาณได้ทุกสถานที่ ต่างจาก "จานดาวเทียม" ต้องติดตั้งที่บ้าน ขณะที่ ทีวีดิจิทัลเป็นการผสมผสนระหว่างเสาและโครงข่ายของกิจการบรอดแคสติ้งและโทรคมนาคม ทำให้ทีวีดิจิทัลรับชมได้ทั้งในอาคาร-นอกอาคาร แม้กระทั่งรถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูง เรียกว่าไปได้ทุกๆ ผ่าน"ดีไวซ์" ต่างๆ

"การเปลี่ยนผ่านของไทยครั้งนี้ จะไม่ช้ามากนัก สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป การดูโทรทัศน์จากนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคทีวี หลากแพลตฟอร์ม ทั้งดูที่บ้าน ระหว่างเดินทางดูผ่าน โมบายทีวี อยู่ออฟฟิศดูผ่านคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นคอนเทนท์ ดิจิทัล ขยายไปได้ตลอดเวลา ไม่มีขีดจำกัด ไร้ห้วงเวลาไพรม์ไทม์เหมือนยุคอนาล็อกที่ต้องกลับไปดูที่บ้านได้อย่างเดียว แต่ยุคดิจิทัล ผู้ชมจะเป็นคนเลือกเวลาไพรม์ไทม์เอง"

ประชันความพร้อมชิง"ทีวีดิจิทัล"
กระบวนการจัดสรรใบอนุญาต "ทีวีดิจิทัล" กสทช.จะประมูลไม่เกินเดือน ต.ค.นี้ โดยผู้ชนะการประมูลต้องออกอากาศภายใน 90 วัน เป็นเวทีสำหรับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมเท่านั้น!!

หากประมูลในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ การประมูลจะรู้ผลภายใน 1 ชั่วโมง ฉะนั้นภายในเดือน ธ.ค. ต้องออกอากาศ!! โดยทุกช่องต้องแข่งขันกันออกอากาศเช่นเดียวกับบริการ 3 จี

"ช้าที่สุดคือ ในเดือน ม.ค.2557 ที่จะมีการออกอากาศทีวีดิจิทัล 12 ช่องสาธารณะ 24 ช่องธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบกิจการบรอดแคสต์ โฆษณา มีเดีย เอเยนซี่ ต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้"

นอกจากนี้จะมีการจัดสรรคลื่นฯ ทีวีดิจิทัล ช่องชุมชน ที่ กสทช.จะอนุมัติในไตรมาส 2 ปีหน้า ภายใต้รัศมีออกอากาศ 50 กม. โดยทั้ง 12 ช่องในแต่ละพื้นที่ หรือ 39 โลเกชั่นของโครงข่ายจะมีช่องท้องถิ่น 500 ช่อง ช่องระดับชาติอีก 36 ช่อง

อย่างไรก็ดีการประมูลทีวีดิจิทัลในไทยนับเป็นการประมูลครั้งแรกในโลก ต่างจากประเทศอื่นจะใช้วิธี "บิวตี้ คอนเทสต์" คือ "แจกไลเซ่น"ให้กับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในมือผู้ประกอบการรายเดิมในระบบอนาล็อก ซึ่งในครั้งนี้จะมีเม็ดเงินจาก "ราคาตั้งต้น" การประมูลประมาณ 15,190 ล้านบาท ที่จะถูกนำมาแปลงเป็น "คูปองส่วนลด" แจกให้กับ 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศไทย เพื่อนำไปเป็นส่วนสด ซื้ออุปกรณ์รับชมช่องทีวีดิจิทัล ทั้งกล่องรับสัญญาณ (set top box) หรือจอทีวีดิจิทัลแบบบิวท์อิน เพื่อทำให้ครัวเรือนไทยเข้าถึงทีวีดิจิทัล อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับแผนการขยายโครงข่าย (Mux) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายใน 5 ปี

พลิกโฉมแข่งขันท้าทาย'อนาล็อก'
อดิศักดิ์ ให้ความเห็นต่อว่าในจำนวน 24 ช่องทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ จะมี "ผู้เล่น" อย่างน้อย 14 บริษัท ที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ ภายใต้เงื่อนไข 1 ราย ประมูลได้เต็มเพดาน 3 ช่อง โดยห้ามประมูลช่องเอชดีคู่กับช่องข่าว ทำให้ธุรกิจมีผู้เล่น ตัวเลือก และความหลากหลายมากขึ้น แตกต่างจากฟรีทีวีในปัจจุบัน

"โทรทัศน์ภาคพื้นดินมี 6 ช่อง แต่จริงๆ แข่งแย่งเม็ดเงินโฆษณาอยู่ 2 ช่อง คือ ช่อง 3 และช่อง 7 แต่การประมูลทีวีดิจิทัล จะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแข่งกับรายเดิม โดยมีอีก 14 ช่องวาไรตี้ทั้งระบบเอชดีและเอสดี ต่างจากช่อง 3 และ 7 มหาศาล จากที่เดิมมี ข่าว-ละคร เวลาชนกันหมด ส่วนช่องข่าว โอกาสและแต้มต่อ คือ ห้ามรายใหญ่มาประมูล และช่องวาไรตี้ ก็มีข่าว และสาระไม่ต่ำกว่า 25% ฉะนั้นโอกาสของเนชั่นได้ทั้งประมูลช่องเองและผลิตคอนเทนท์ป้อนช่องต่างๆ"

อุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยจะเปลี่ยนโฉมหน้าจาก "เสือนอนกิน" ปล่อยเช่าเวลา จากนี้ไปเจ้าของสถานีต้องหาผู้ผลิตที่มีศักยภาพเพื่อให้แข่งขันได้ นอกจากนี้จะสามารถปรับสมดุล "ค่าโฆษณา" จากจำนวนช่องที่เพิ่มจาก 6 เป็น 24 ช่อง ซึ่งปัจจุบันช่วงไพร์มไทม์ อัตราโฆษณาเฉลี่ย 3-4 แสนบาทต่อนาที ขณะที่ช่องทีวีดาวเทียม ราคาอยู่ที่ 3พันถึง2 หมื่นบาทต่อนาที

"ช่อง 3-5-7-9 จะไม่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านอนาล็อกสู่ดิจิทัล การมีทีวีดิจิทัล จะทำให้คนดูลดลงเพราะมีผู้เล่นมาแย่งฐานผู้ชมมากขึ้น แม้แต่ขณะนี้คนดูดูฟรีทีวีในช่วงไพร์มไทม์ก็หายไปมาก เพราะมีสื่ออื่นๆมาแย่งเวลา แม้แต่ละคร ยังมีจำนวนผู้ชมย้อนหลังบนยูทูบมากขึ้น"

ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมค่อนข้างได้เปรียบจากการเปลี่ยนผ่านในยุคทีวีดิจิทัล ซึ่งมีฐานคนดูเป็น "แฟนคลับ" การก้าวสู่ทีวีดิจิทัล ยังเป็นโอกาสของฟาก "คอนเทนท์ โปรวายเดอร์" ที่จะก้าวสู่ความเป็นเจ้าของ"สถานีฟรีทีวีดิจิทัล" เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเร็วภายใน 3-5 ปี เท่านั้น