กองทุนโภคภัณฑ์ 5 เดือนแรกซบ กองทุนน้ำมันผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 2.32% กองทุนทองคำติดลบเฉลี่ย 15.25% ระทึก!เดินหน้า-ลดขนาดคิวอี
จากการสำรวจผลการดำเนินงานของกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2556 พบว่า กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ ยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน โดย กองทุนน้ำมันให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 2.32% จากเดือนก่อนหน้าที่เฉลี่ยติดลบ 1.93% เช่นเดียวกับ กองทุนทองคำที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 15.25% จากเดือนก่อนหน้าที่เฉลี่ยติดลบ 12.55%
กองทุนน้ำมันที่มีผลงานดีที่สุดให้ผลตอบแทนติดลบ 0.64% และกองทุนที่มีผลงานแย่ที่สุดมีผลตอบแทนติดลบ 5.97% หรือต่างกันอยู่ 5.33% โดยกองทุนน้ำมันที่มีผลงานดีที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ออยล์ ฟันด์ (I-OIL) ของ บลจ.เอ็มเอฟซี ให้ผลตอบแทนติดลบ 0.64% ส่วนอันดับ 2 “กองทุนเปิดเค ออยล์ (K-OIL)” ของ บลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทนติดลบ 0.68% และอันดับ 3 “กองทุนเปิดแอสเซทพลัสออยล์ (ASP-OIL)” ของบลจ.แอสเซท พลัส ให้ผลตอบแทนติดลบ 0.92%
ส่วนกองทุนทองคำที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนติดลบ 13.62% และกองทุนที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทนติดลบ 17.99% หรือต่างกันอยู่ 4.37% โดยกองทุนทองคำที่มีผลงานดีสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 กองทุนเปิดวรรณโกลด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (GOLD-RMF) ของ บลจ.วรรณ ให้ผลตอบแทนติดลบ 13.62% อันดับ 2 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล โกลด์ สปอท 7 ซีรีส์ 3 (I-GOLD7S3) ของบลจ.เอ็มเอฟซี ให้ผลตอบแทนติดลบ 13.69% และอันดับ 3 กองทุนเปิดเค โกลด์ (K-GOLD) ของบลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทนติดลบ 13.69%
เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของสหรัฐยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ตลาดยังคงมีความกังวล โดยเฉพาะในสินค้าโภคภัณฑ์ทิศทางยังคงไม่ดีต่อเนื่อง
ดังนั้นนักลงทุนคงต้องจับตาปัจจัยที่จะส่งผลต่อมาตรการ QE กันต่อไป ซึ่งคาดว่า จะมีความชัดเจนในการประชุม FOMC ช่วงกลางเดือนมิ.ย. นี้ และต้องจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐโดยเฉพาะตลาดแรงงานที่จะเป็นตัวกำหนดแนวโน้มในการยุติมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งจะประกาศอัตราการว่างงาน และการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (7 มิ.ย.) หากออกมาดีกว่าที่คาดกันไว้อาจทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงร่วงลงต่อ เนื่องจากความกังวลที่ FED จะยุติ QE เร็วขึ้นมีความเป็นไปได้มากขึ้น
ถ้าตัวเลขตลาดแรงงานออกมาแย่กว่าที่คาด อาจกลับกลายเป็นข่าวดีต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงนี้ แต่การชะลอตัวของตลาดแรงงานจะทำให้การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์ยังอยู่ในกรอบจำกัดอยู่ดี ภาพรวมของราคาสินทรัพย์เสี่ยงยังคงมีโอกาสผันผวนแรง และมีแนวโน้มปรับตัวลงได้อีกจากความไม่ชัดเจนดังกล่าว
สินค้าโภคภัณฑ์ ถ้ามีการถอนมาตรการ QE น่าจะได้รับผลกระทบมากเช่นกัน ในส่วนของน้ำมันแนะนำให้เลี่ยงไปก่อน เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว มีปัจจัยบวกเดียวที่จะผลักราคาน้ำมันได้ คือความไม่สงบในตะวันออกกลาง กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบ 85 - 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนทองคำหลังจากหลุดระดับ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ภาพดูไม่ดีนัก ปัจจุบันยังมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 1,320-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และคงจะกลับมาดูดีอีกครั้งได้เมื่อผ่านแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ขึ้นไปได้อีกครั้ง โดยกองทุน SPDR ยังคงมีการขายทองคำออกมาต่อเนื่องจากที่เคยถือครองสูงสุด 1,350 ตัน ช่วงปลายปี 2012 ปัจจุบันเหลือ 1,013 ตัน แต่ก็ยังมีสัญญาณที่ดีที่ธนาคารกลางต่างๆ ยังทยอยซื้อทองอย่างต่อเนื่อง น่าจะช่วยให้ราคาทองคำไม่ปรับตัวลงไปลึกมากได้ การมีทองคำไว้ในพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยงแนะนำให้มีไว้ประมาณ 10-15% ของพอร์ต สำหรับความไม่แน่นอนในอนาคต









