สินเชื่อโตแรงและเร่ง + รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยลง
เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2013 ของ THANI ขึ้น 12% เป็น 699 ลบ. +43%Y-Y และราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 8.50 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ THANI ทำผลงานได้ดีเกินคาดใน 1Q13 และยังมีโมเมนตัมที่ดีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในส่วนของการขยายตัวของสินเชื่อ (ปรับขึ้นเป็น 38% จากเดิม 35%) และการลดต้นทุนทางการเงิน (ปรับ CoF ลงจาก 5.15% เป็น 4.7%) ขณะที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบันอันได้แก่อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และภาคการขนส่งที่ขยายตัว ส่งผลดีต่อแนวโน้ม THANI ในระยะต่อไปด้วย
ปรับประมาณการกำไรปี 2013 ขึ้นเป็น 699 ลบ. (+43%Y-Y)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2013 ของ THANI ขึ้น 12% จาก 624 ลบ. เป็น 699 ลบ. ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 43%Y-Y เกิดจากปัจจัยดังนี้
1. ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของสินเชื่อเป็น 38% จากเดิม 35% สอดคล้องกับการปรับเป้าการเติบโตของสินเชื่อของผู้บริหารที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นจาก 30% มาที่ราว 36-38% หลังจากผลงานการขยายตัวของสินเชื่อใน 1Q13 ทำได้ดีกว่าคาด (+13.55%Q-Q) จากภาวะเศรษฐกิจและการขนส่งที่ขยายตัวได้ดี
2. ปรับลดต้นทุนทางการเงิน (CoF) จาก 5.15% เป็น 4.7% จากประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น, อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินที่ปรับลดลง และการระดมทุนใหม่โดยเฉพาะการกู้ยืมระยะสั้นได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิม ทำให้ THANI เพิ่มสัดส่วนเงินกู้ระยะสั้นมากขึ้น ทั้งนี้ใน 1Q13 ST Funding : LT Funding ได้เพิ่มเป็น 44:56 จาก 37:63 ในปี 2012 ต้นทุนการเงินที่ประหยัดขึ้นเห็นได้ชัดเจนจากรายการค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยใน 1Q13 ซึ่งลดระดับอย่างมีนัยสำคัญจากค่าเฉลี่ย 5.11% ในปี 2012 มาอยู่ที่ 4.55%
ได้ประโยชน์จากการสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งอัตราดอกเบี้ย และภาคการขนส่งที่ขยายตัว
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบันอันได้แก่อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และภาคการขนส่งที่ขยายตัว ส่งผลดีต่อ THANI ดังนี้
1. การปรับสัดส่วนระยะเวลาการกู้ยืมระหว่าง ST Funding และ LT Funding จากเดิม 37:63 เป็น 44:56 ใน 1Q13 ทำให้ THANI จะได้รับประโยชน์ในอนาคตซึ่งอัตราดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มปรับลดลง ทั้งนี้จากการคำนวณที่ทุกการประหยัดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ 0.25% จะทำให้ THANI มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงราว 20 ลบ. ขณะที่การให้สินเชื่อซึ่งพอร์ตส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกมือสองซึ่งมีความยืดหยุ่นต่อราคา (หรืออัตราดอกเบี้ย) ค่อนข้างน้อย ทำให้สุทธิแล้วจะส่งผลบวกโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ
2. ตลาดการขายรถบรรทุกยังมีความต้องการสูง ปัจจุบันการสั่งซื้อต้องรอรับรถอีก 3-6 เดือนข้างหน้า สอดคล้องกับความเจริญที่ขยายตัวไปยังนิคมอุตสาหกรรมในหัวเมืองต่างๆ เราคาดว่ายอดขายรถบรรทุกน่าจะเติบโตได้ราว 20-30% จากแรงส่งของภาคการลงทุนในประเทศ แนวโน้มข้างหน้ามีปัจจัยเสริมนโยบายยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งจากภาครัฐ และ AEC ซึ่งประเทศไทยตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางในการขนส่งทางบกส่งผลการขยายตัวด้านโลจิสติกส์มากขึ้นในปี 2015
คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 8.50 บาท : ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2013 เป็น 8.50 บาท (เดิม 6.60 บาท) อิง PER 18 เท่า (Ke 10.92%, g 8.2%) และ 2013 Prospective EPS 0.47 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ









