ระยะสั้นมีปัจจัยลบจากการคาดกำไรสุทธิ 2Q56 ที่ลดลงกว่า 50%QoQ
- คาดว่าผลประกอบการ 2Q56 ลดลง 60% QoQ
จากการพูดคุยกับ PTTGC เมื่อวานนี้ เรายังไม่เห็นปัจจัยบวกใหม่และยังคงมุมมองเดิม โดยคาดว่ากำไรใน 2Q56 จะลดลง 60% QoQ จาก 1Q56 ที่มีกำไร 12,075 ล้านบาท เนื่องจาก (1) ยอดขายลดลงจากหน่วยกลั่นหยุดซ่อม คาด Crude run จะเหลือ 60% (จาก 101% ใน 1Q56) และกลุ่มปิโตรเคมีหยุดซ่อมหน่วย HDPE LDPE และ LLDPE (2) ค่าการกลั่นกลุ่มน้ำมันดีเซล และน้ำมันเครื่องบินลดลง 22% และ 27% QoQ ตามลำดับ (3) ส่วนต่างราคาพาราไซลีนลดลง 17% QoQ (4) ความเสี่ยงจาก Stock loss จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง 8 เหรียญต่อบาร์เรล จากราคาปิดของ 1Q56 และ (5) ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะทำให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเทียบกับที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเกือบ 2 พันล้านบาทใน 1Q56
- โครงการร่วมทุนกับ Pertamina จะได้ข้อสรุปภายในปี 2556
โครงการปิโตรเคมีครบวงจรในอินโดนีเซียร่วมกับ PT Pertamina คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้หลังจากที่บริษัทกำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ โดย PTTGC คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 4-5 พันล้านเหรียญ เพื่อถือหุ้นในสัดส่วน 49% ที่เหลือเป็นส่วนของ PT Pertamina หากผลการศึกษามีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการผลิตในปี 2560 ทั้งนี้ เราประเมินว่าการขยายการลงทุนครั้งนี้จะไม่กระทบส่วนทุนของ PTTGC เนื่องจากมีเงินสดในมือกว่า 700 ล้านเหรียญ และหนี้สินต่อทุนสุทธิเพียง 0.38 เท่า (เป้าหมายไม่เกิน 0.7 เท่า) เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการขยายการลงทุนดังกล่าวเนื่องจากอินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีผู้บริโภคขนาดใหญ่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polymer ส่วนมากยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ






