วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ลลิล-เสนา'คงเป้ารายได้ เมินดอกเบี้ยต่ำ

"ลลิล-เสนา"ยังคงเป้ารายได้ปีนี้ มอง กนง.ลดดอกเบี้ยเป็นปัจจัยบวก แต่กระตุ้นกำลังซื้อจริงน้อย เพิ่มกำลังซื้อกลุ่มเก็งกำไรมากกว่า

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LALIN) เปิดเผยว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นการกระตุ้นในกลุ่มที่ซื้อเพื่อเก็งกำไร มากกว่าความต้องการที่แท้จริง หรือ เรียลดีมานด์

"การปรับลดดอกเบี้ยคงส่งผลต่อกำลังซื้อ หรือการโอนไม่มาก ไม่เหมือนตลาดเก็งกำไร เพราะจะทำให้กลุ่มนี้มีกำลังในการไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งไม่ใช่กลุ่มลูกค้าที่บริษัทเข้าไปเจาะตลาด จึงไม่น่าจะส่งผลบวกต่อบริษัทมากนัก เพราะบริษัทเน้นกลุ่มที่เป็นเรียลดีมานด์ ขณะที่ทางธนาคารพาณิชย์ก็ยังไม่เห็นจะขยับอัตราดอกเบี้ยมากนัก"

เขากล่าวต่อว่า บริษัทยังคงเป้าการดำเนินงานปีนี้ไว้ตามเดิม โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2.6 พันล้านบาท และตั้งเป้าการรับรู้รายได้ที่ 2.25 พันล้านบาท ขณะที่อัตราการทำกำไรขั้นต้น อยู่ในระดับใกล้เคียงปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทได้มีการควบคุมต้นทุน ประกอบกับได้ประโยชน์จากอัตราภาษีที่ปรับลดลง ส่วนกำไรสุทธินั้นคงจะเติบโตตามรายได้ และอยู่ในอันดับ 3-5 ของตลาด

"ในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานต่างๆ เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ และยังไม่มีปัจจัยที่ทำให้บริษัทต้องปรับเป้าการดำเนินงานใหม่ ทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมที่ต้องติดตาม เช่น การเมือง โดยบริษัทมีนโยบายการบริหารงานด้วยความระมัดระวัง ไม่ลงทุนมากเกินไป และรักษาฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่ง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือดีอีเพียง 0.44 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่อยู่ 1.3 เท่า"

ทั้งนี้ ในปี 2556 บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่ 8-10 โครงการ มูลค่ารวม 4 พันล้านบาท โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียมประมาณ 1-2 โครงการ และเป็นโครงการในต่างจังหวัด 3-4 โครงการ ซึ่งจะเน้นเปิดในจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูง เช่น จ.ชลบุรี ระยอง สำหรับภาคตะวันออก และนครราชสีมา ขอนแก่น อุดร และอุบลราชธานี สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับงบการซื้อที่ดินในปีนี้อยู่ที่ 800-900 ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินการซื้อที่ดินไปหมดแล้ว ระหว่างนี้ก็จะต้องเตรียมการซื้อสำหรับปีหน้าไว้ คาดว่างบการซื้อที่ดินน่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีนี้

ด้านนางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) กล่าวว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ในปีนี้ไว้ที่ 2 พันล้านบาท และเป้ายอดขายที่ 2.5 พันล้านบาท เพราะแม้ว่าอาจจะมีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมนอกเหนือจากแผนการเปิดโครงการในปีนี้ที่ 12 โครงการ แต่ก็ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ หรือโอนเข้ามาทันภายในปีนี้
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อก) 1.57 พันล้านบาท จะรับรู้ในปีนี้ประมาณ 1 พันล้านบาท

สำหรับอัตรากำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้จะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 18.7% และ 40% ตามลำดับ แม้ว่าต้นทุนในการก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากวัสดุก่อสร้างและแรงงาน แต่บริษัทได้ปรับตัวด้วยการร่วมมือกับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างในการวางแผนด้านต้นทุน ก่อนที่จะกำหนดราคาขาย ซึ่งในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับราคาขายที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นแล้ว 3-5% เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ในระดับเดิม