วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สตาร์สไมโครหวังพลิกกำไร

สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หวังไตรมาส 3 พลิกมีกำไรจากการดำเนินงาน เร่งเดินเครื่องกำลังการผลิตรวมเกิน 55% เพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุน

หลังจากกำไรจากการดำเนินของบริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT โดยเฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้ มีตัวเลขติดลบกว่า 100 ล้านบาท นายพลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัท ยืนยันว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปีนี้บริษัทจะเริ่มมีกำไรจากการดำเนินงาน เนื่องจากบริษัทจะได้รับเงินประกันชดเชยอุทกภัยในไตรมาส 2 ปีนี้ เป็นครั้งสุดท้ายประมาณ 18 ล้านบาท ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทรายได้งานผลประกอบการ มีกำไรสุทธิ 302 ล้านบาท แต่กำไรจากการดำเนินงานปกติยังเป็นตัวเลขติดลบ 111 ล้านบาท

เขาบอกย้ำด้วยว่า ในปีนี้บริษัทจะมุ่งเน้นการผลิตสินค้าประเภทแผงวงจรไฟฟ้า (IC) กับการตรวจสอบให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีมาร์จินสูง หรือมากกว่า 10% ขณะที่สินค้าชิ้นส่วนไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (MMA) มีมาร์จินประมาณ 5% เท่านั้น โดยภายในปีนี้ บริษัทคาดจะมียอดขายสินค้า IC ในสัดส่วน 60% และสินค้า MMA ในสัดส่วน 40% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงก่อนหน้าการประสบปัญหาน้ำท่วม ซึ่งมีสัดส่วนยอดขาย MMA 60% และ IC ในสัดส่วน 40% และคาดหวังว่าจะมีอัตรากำไรขั้นต้นราว 4%

ปัจจุบัน บริษัทมีอัตรากำลังการผลิต (Utilization Rate) สำหรับไลน์ผลิตสินค้า MMA ประมาณ 80% ส่วนอัตรากำลังการผลิตสินค้า IC อยู่ที่ 40% ซึ่งในปีนี้ บริษัทจะพยายามผลักดันอัตราการใช้กำลังการผลิตสินค้า IC ให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่ากำลังเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงขึ้นในตอนนี้และในอนาคต เพราะเป็นสินค้าขนาดเล็ก เหมาะกับวงการธุรกิจไอทีในปัจจุบัน ส่วนสินค้า MMA นั้นเชื่อว่าจะค่อยๆ ลดความต้องการลง

ทั้งนี้ บริษัทมีกำลังการผลิตของสินค้า MMA 10 ล้านชิ้นต่อเดือน ส่วนสินค้า IC มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 150 ล้านชิ้นต่อเดือน

"ในธุรกิจชิ้นส่วนไอที จุดคุ้มทุนของทุกๆ สินค้าจะอยู่ที่อัตราการใช้กำลังการผลิต 55% โดยประมาณ ซึ่งตอนนี้ MMA ของบริษัทถือว่าถึงจุดคุ้มทุนแล้ว แต่ IC ยังไม่ถึง ตอนนี้ใช้อัตรากำลังการผลิต 40% แต่เชื่อมั่นว่า IC จะถึงจุดคุ้มทุนในครึ่งหลังปีนี้ และจะเป็นปัจจัยที่ทำให้กำไรจากการดำเนินงานปีนี้เป็นตัวเลขบวก"

ล่าสุดบริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ชื่อบริษัท เอสเอส อาร์เอฟไอดี โดยบริษัทถือหุ้น 75% และบริษัท ซินโฟเนีย ซึ่งเป็นบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น ถือหุ้น 25% ทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 100 ล้านบาท ซึ่งบริษัทย่อยนี้จะทำให้บริษัทได้รับออเดอร์ในการผลิตชิปขนาดเล็กมากขึ้น ขณะเดียวกัน การเป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมชิพขนาดเล็กและอาร์เอฟไอดี (RFID) ก็จะทำให้บริษัทย่อยได้รับออเดอร์เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ส่วนแนวโน้มรายได้รวมปีนี้ บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ยังคงเป้ารายได้รวม 9,000 ล้านบาท และคาดรายได้จะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยในไตรมาสแรก บริษัทมีรายได้รวม 2,331 ล้านบาท ทั้งนี้ในไตรมาส 3 นับได้ว่าเป็นไฮซีซันของบริษัท ส่วนไตรมาส 4 รายได้อาจจะแผ่วลงนิดหน่อย

ทั้งนี้ บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ยังคงคาดหวังว่า จะได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนี SET 100 ภายในปี 2558 หลังจากที่หลุดออกจากดัชนี SET 100 ในปี 2554 เพราะบริษัทได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จนทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ระยะหนึ่ง

ส่วนการเคลื่อนไหวราคาหุ้นเมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) ปิดตลาดที่ 8.90 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 1.11% มีมูลค่าการซื้อขาย 4.76 ล้านบาท