"ไอโอดี"เผยผลสำรวจความเห็นผู้นำภาคธุรกิจกว่าพันบริษัท พบการทุจริตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่ในระดับรุนแรง ชี้"โทรคมฯ-พลังงาน"เสี่ยงทุจริตสูง
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ ไอโอดี ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้นำภาคธุรกิจ 1,066 บริษัท เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. 2556 นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการไอโอดี กล่าวว่า พบภาคธุรกิจส่วนใหญ่กว่า 93% เห็นว่าปัญหาการทุจริตในประเทศไทยยังไม่ได้รับการแก้ไข การทุจริตเพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็วจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันความรุนแรงของปัญหาอยู่ในระดับที่สูงมาก
"ผู้นำทางธุรกิจส่วนใหญ่มองว่า การทุจริตส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมากที่สุด ในเรื่องการลดทอนประสิทธิภาพในการแข่งขันกับภูมิภาค ความตกต่ำทางจริยธรรมของสังคม กระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ และทำให้เศรษฐกิจเติบโตช้า แต่หากไม่มีการทุจริตจะทำให้ประเทศมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันกว่า 50% โดยไอโอดีเห็นว่าทั้งหมดนี้อาจจะนำมาสู่ความไม่น่าเชื่อถือ ในการทำธุรกิจของไทยในอนาคต นักลงทุนต่างชาติอาจไม่มาลงทุน ทำให้ไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ"
สำหรับผลกระทบต่อการทำธุรกิจนั้น ผู้บริหาร 63% เห็นว่าผลกระทบอยู่ในระดับที่สูงถึงสูงมาก โดยเฉพาะผลกระทบต่อต้นทุนที่กว่า 54% เห็นว่ากระทบต่อต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 10% ขณะที่มีผู้บริหารถึง 8% ระบุว่ามีต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มมากกว่า 30%
เผย5กลุ่มธุรกิจมีแนวโน้มทุจริตสูง
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเกิดการทุจริตในมุมมองของผู้นำธุรกิจ มีถึง 11 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มเกิดการทุจริตมากที่สุด คือ กลุ่มโทรคมนาคม 15% รองลงมาคือ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 14% กลุ่มเกษตร 11% กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 10% และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง 9%
"มีหลายอุตสาหกรรมที่ภาคเอกชนเห็นว่ามีแนวโน้มในการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะมีการลงทุนของภาครัฐมากขึ้น ทำให้เกิดความห่วงใยในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้มากตามไปด้วย"
ในด้านกระบวนการที่มีโอกาสในการเกิดทุจริตมากที่สุด คือ การจัดซื้อจัดจ้าง การจดทะเบียน ขออนุญาตต่างๆ การจัดประมูลโครงการของภาครัฐ และการจัดจ้างระหว่างภาคเอกชน ขณะที่รูปแบบของการทุจริต ผู้บริหารส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการใช้ตำแหน่งทางการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวกของตนเอง การให้ของขวัญ หรือติดสินบน และการทุจริตเชิงนโยบาย โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
สาเหตุที่ก่อให้เกิดการทุจริต ผู้บริหารมองว่า เกิดจากกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่งต่างๆ เปิดโอกาสให้บุคลากร ภาครัฐ สามารถใช้ดุลยพินิจที่เอื้ออำนวยให้สามารถเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากนี้กระบวนการทางการเมืองยังขาดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ยาก และยังเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย
ยันภาคธุรกิจพร้อมร่วมมือแก้ปัญหา
นายบัณฑิต กล่าวว่า ภาคเอกชนส่วนใหญ่ พร้อมที่จะร่วมมือในการแก้ไขปัญหา แม้ว่าปัจจุบันผู้นำภาคธุรกิจส่วนใหญ่กว่า 70% มีความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหานี้ค่อนข้างต่ำ แต่สัดส่วนของกลุ่มที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความหวังว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน จะมีคนที่เชื่อมั่นว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชันแก้ไขได้ก็จะมีมากขึ้น
ทั้งนี้ เห็นได้จากการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับบุคคลที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาทุจริต นอกจากส่วนใหญ่เห็นว่าจะเป็นรัฐบาล และนักการเมืองแล้ว กว่า 58% ยังมองว่าสมาคมของภาคธุรกิจต่างๆ ยังมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อปี 2553 ที่อยู่ที่ 38%
สำหรับกลยุทธ์ที่รัฐควรให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ส่วนใหญ่มองว่าควรดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดในระดับมหภาค เพื่อเป็นตัวอย่างในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สร้างกระบวนการ วิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้จากบุคคลภายนอก สร้างแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต วางนโยบายเศรษฐกิจที่เอื้อให้เกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใส มีความเท่าเทียมกัน
"ผลการศึกษานี้สถาบันอาจจะมีการส่งสรุปและรายงานฉบับเต็ม ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการวางแนวทางป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อการแก้ปัญหาให้ตรงจุด โดย ไอโอดี จะมีการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกๆ 2 ปี" นายบัณฑิต ระบุ
เสนอ 11 แผนงาน แก้คอร์รัปชัน
ส่วนข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน มีทั้งหมด 11 ข้อ ประกอบด้วย 1.ภาคเอกชนต้องสร้างความต่อเนื่องในการต่อต้านคอร์รัปชัน และศึกษาการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องทุกปี 2.ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของการคอร์รัปชันต่อบุคคล องค์กร และ ประเทศชาติ 3.สร้างจิตสำนึกของพนักงานในองค์กร 4.สนับสนุนให้พนักงานมีบทบาทในการให้ข้อมูลเรื่องคอร์รัปชัน 5.หมั่นตรวจสอบกระบวนการทำงานของบริษัท และบังคับใช้กฎหมายหากมีการทุจริต 6.สร้างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
7.พัฒนาแผนการฝึกอบรมร่วมกันระหว่างภาคธุรกิจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการทำงานที่อาจเกิดการทุจริตได้ง่าย เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการทุจริตในองค์กร 8.สร้างค่านิยมว่าการคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ 9.ผลักดันให้บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการรับรู้ว่ามีการคอร์รัปชันสูง มีบทบาทในการต่อต้านคอร์รัปชัน 10.วางนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชันให้เป็นนโยบายของบริษัท 11.เชิดชูหน่วยงาน องค์กรที่มีการปรับปรุงทางด้านคอร์รัปชัน และเผยแพร่ให้องค์กรอื่นๆ ได้รับทราบ









