วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CFRESH : ยกเครื่องธุรกิจหนุนโอกาสโตระยะยาว

คาดผลประกอบการจะพลิกกลับเป็นกำไรตั้งแต่ 3Q56: บริษัทซีเฟรชอินดัสตรี หรือ CFRESH รายงานผลประกอบการ 1Q56 ขาดทุนที่ 22 ล้านบาท

จากยอดขายที่ 1.35 พันล้านบาท (-24%QOQ, +25%YOY) และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 7.7% (ต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส) เป็นการรายงานขาดทุนครั้งแรกนับตั้งแต่ 3Q51 สาเหตุหลักเกิดจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่ยังไม่สามารถส่งผ่านไปยังผู้ซื้อได้ เพราะทำสัญญาขายล่วงหน้าที่ราคาต่ำกว่าต้นทุน

ส่วนภาวะ โรค EMS ที่ทำให้ผลผลิตของอุตสาหกรรมลดลงไปกว่า 30-40% CFRESH แทบไม่ประสบภาวะขาดแคลน เพราะเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางที่มีชื่อเสียงเรื่องการส่งมอบ จึงไม่มีนโยบายชะลอการรับคำสั่งซื้อ ทำให้ต้องยอมซื้อวัตถุดิบกุ้งที่ราคาสูงขึ้น คาดผลประกอบการ 2Q56 จะขาดทุนลดลง แต่จะพลิกกลับมามีกำไรตั้งแต่ 3Q56 ด้วยปัจจัยสนับสนุน

(I) CFRESH มีลูกค้าประจำ ที่เน้นการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ และมีโรงงานแปรรูปในอังกฤษ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ จะสนับสนุนการปรับขึ้นราคาขาย เพื่อครอบคลุมต้นทุน ล่าสุดทยอยขึ้นราคาขายล่วงหน้าแล้ว (II) คาดปริมาณส่งออกกุ้งจะขยายตัวช่วง 2H56 ตามปัจจัยฤดูกาล และคำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ในยุโรป (III) คาดทิศทางราคากุ้งดิบจะเริ่มอ่อนตัวลงหลังเดือนมิ.ย.ไปแล้ว เมื่อผลผลิตรอบใหม่เริ่มออกสู่ตลาด โดยราคากุ้งขาวอ้างอิงเฉลี่ยช่วง 1Q56 อยู่ที่ 183 บาทต่อก.ก. (+16%QOQ, +9%YOY)

ขณะที่ราคาเดือนเม.ย. เร่งตัวขึ้นไปถึง 215 บาทต่อก.ก. โดยเราประมาณการกำไรสุทธิปี 56 ที่ระดับ 129 ล้านบาท (-76%YOY) จากรายได้รวมที่ 7.59 พันล้านบาท (ต่ำกว่าเป้าหมายของผู้บริหาร 5%) และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 12.4% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังสามปีที่ 13.5% สะท้อนมุมมองเชิงอนุรักษ์ต่อผลประกอบการ 1H56 ที่จะยังคงขาดทุน

โอกาสฟื้นตัวก้าวกระโดดปี 57 และเติบโตต่อเนื่องปี 58-59 : เชื่อว่าผลประกอบการปี 57 จะกลับสู่ระดับปกติเทียบเท่าปี 55 ที่มีกำไรก่อนรายการพิเศษ 342 ล้านบาท รวมถึงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยในปี 58-59 ด้วยปัจจัยสนับสนุน 1.ราคากุ้งดิบเร่งตัวเป็นปัจจัยชั่วคราว 2.แผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องใน 2-3 ปีข้างหน้า จะเพิ่มศักยภาพในการเติบโตในอนาคต 3.จะเริ่มรับรู้ประโยชน์เต็มที่จากการขยายตลาดผ่านบริษัทร่วมทุน โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปในอังกฤษ

4.นโยบายปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ตามวัตถุดิบ ทำให้ส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบกุ้งที่ปรับขึ้นไปยังผู้ซื้อด้วยการปรับขึ้นราคาขาย 5.CFRESH ได้เปรียบผู้ส่งออกจากประเทศอื่น กุ้งจากไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสูง ทั้งเชิงปริมาณที่เพาะเลี้ยงเป็นอันดับสองรองจากจีน แต่ส่งออกกุ้งเป็นอันดับหนึ่งของโลกทำให้ได้เปรียบประเทศคู่แข่งด้านต้นทุนและความพอเพียงของวัตถุดิบ

แนะนำ "ซื้อ" การปรับโครงสร้างธุรกิจเพิ่มโอกาสเติบโตระยะยาว: แนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการช่วงที่เหลือของปีนี้ เป็นปัจจัยหนุนการเข้าลงทุนระยะสั้น ขณะที่การขยายกำลังการผลิตกว่าเท่าตัวและขยายตลาดโดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตต่อเนื่องในปี 57 การปรับโครงสร้างธุรกิจจากการส่งออก เป็นบริษัทข้ามชาติจะเพิ่มศักยภาพและเสถียรภาพต่อการเติบโตในอนาคต ทำให้ CFRESH สมควรซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตได้ หากผลประกอบการกลับมาเป็นปกติ การอ่อนตัวของราคาหุ้นตามความคาดหวังเชิงลบต่อผลประกอบการ 1H56 เป็นโอกาสทยอยสะสมสำหรับการลงทุนในระยะสิบสองเดือน เราจึงเริ่มบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ”

ปัจจัยเสี่ยง: การยกเลิกให้สิทธิ GSP ของสหภาพยุโรป (EU) โดยไทยต้องกลับไปใช้ภาษีในอัตราปกติในการส่งออกไปยัง EU เพิ่มจากอัตรา GSP ที่ใช้อยู่ปัจจุบันที่ 7% เป็นอัตราปกติที่ 20% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 57 ถึง 31 ธ.ค.59 การใช้มาตรการตอบโต้การอุดหนุนของสหรัฐฯ (COUNTERVAILING DUTY: CVD) และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มผันผวนในทิศทางแข็งค่าขึ้น