"โฆสิต"จี้รัฐทบทวนนโยบายประชานิยม หลังจีดีพีสภาพัฒน์ต่ำกว่าคาด อาจกดทั้งปีเหลือ 4% แนะลงทุนระยะยาวกระตุ้นศก.ปิดช่องคอร์รัปชัน
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า ตัวเลขที่ออกมาถือว่าต่ำกว่าที่ได้คาดหมายไว้ และจะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้อยู่ในระดับ 4% น้อยกว่าที่ธนาคารเคยมองไว้ที่ระดับ 5% โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมามาจากภาครัฐเป็นหลัก โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายประชานิยมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาที่น่าจะยังมีแรงส่งให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่องในระยะนี้ แม้จะยอมรับว่านโยบายประชานิยมเป็นมาตรการที่ให้ผลระยะสั้นก็ตาม โดยเฉพาะการอุปโภคและบริโภคในประเทศที่ควรจะยังได้รับแรงส่งต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้การดำเนินนโยบายประชานิยมอย่างเต็มที่แล้วก็ควรจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไปได้ แต่หากทำแล้วเติบโตได้เพียงเท่านี้ การอุปโภคบริโภคชะลอตัวลงเร็วตามตัวเลขที่ออกมา สภาพัฒน์อาจต้องทบทวนการดำเนินนโยบายอีกครั้งว่ายังควรใช้นโยบายนี้ต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนไปใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวที่จะเหมาะสมกว่า เช่นการเตรียมความพร้อมโครงการลงทุนโดยป้องกันปัญหาการคอรัปชั่นและความเหมาะสมของภาระหนี้ในอนาคต
ส่วนการใช้อัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการขยายตัวเศรษฐกิจนั้นเป็นการกระตุ้นระยะสั้น ขณะเดียวกันการลดดอกเบี้ยยังมีความหมายอื่น ๆ ตามมาอีกด้วยเช่นการออมและการลงทุน เพราะเมื่อดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อนานเกินไปก็จะนำไปสู่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ กลายเป็นอีกปัญหาอนาคตที่ต้องใช้ความรอบคอบ
"การส่งออกที่ชะลอตัวก็เป็นเรื่องที่คาดกันอยู่แล้ว เพราะเกิดขึ้นทั่วโลก ส่วนการลดดอกเบี้ยของธปท.ไม่เกี่ยวกัน เพราะเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนโดยภาครัฐตลอด เมื่อเศรษฐกิจข้างนอกไม่ดี ก็ต้องขับเคลื่อนจากภายใน ซึ่งกลไกในการขับเคลื่อนก็คือภาครัฐ เพราะในขณะนี้ประชาชนก็ระมัดระวังพอสมควร การขยายสินเชื่อก็ยังเติบโตได้ดี แต่ที่ห่วงคือหนี้ครัวเรือน แม้การลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็มีเหตุผล แต่ดอกเบี้ยเป็นเรื่องระยะสั้นและกระทบกับเรื่องอื่นตามมาด้วย ประเทศไทยควรกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาวไม่ดีกว่าหรือ หากกระตุ้นแล้วทำได้แค่นี้"








