วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอฟทีเออียูนัดแรกบีบเปิดเสรีทรัพย์สินปัญญา

เอฟทีเอไทย-อียูนัดแรก บีบไทยเปิดเสรีทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อโดยรัฐ เปิดเสรีโทรคมนาคม การเงิน ขนส่ง ขณะที่ไทยขอเปิดตลาดเกษตร

นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-สหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยกับอียูได้มีการแลกเปลี่ยนร่างความตกลงในหลายประเด็นเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเจรจารอบแรกที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค.2556 ณ กรุงบรัสเซลส์แล้ว ซึ่งมีทั้งประเด็นที่สอดคล้องกันและเห็นต่างกัน โดยทางอียูต้องการผลักดันเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การพัฒนาที่ยั่งยืน การค้าบริการและการลงทุน โดยเฉพาะสาขาโทรคมนาคม สาขาการเงิน และสาขาการขนส่ง ส่วนไทยต้องการผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตร เกษตรอุตสาหกรรมและสินค้าอุตสาหกรรม และการลดมาตรการที่เป็นอุปสรรคทางการค้า

ทั้งนี้ การทำ FTA กับอียู เป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้อยู่ในระดับโลก และยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและขยายตลาดการค้าการลงทุนระหว่างกัน รวมถึงดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ และขยายการค้าการลงทุนไปยังอียู ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และรักษาระดับและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้ากับประเทศคู่ค้าอื่นๆ โดยไม่ต้องพึ่งพิงสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ของอียูซึ่งไทยจะถูกตัดสิทธิทั้งหมดในวันที่ 1 ม.ค.2558

สำหรับประเด็นอ่อนไหว และประเด็นที่เป็นปัญหาในการเจรจา กระทรวงพาณิชย์ ได้ตั้ง “คณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และมั่นใจว่าการเจรจา FTA ไทย-อียู จะดำเนินไปด้วยความราบรื่น และก่อประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย รวมทั้งสามารถบรรลุเป้าหมายของทั้งสองฝ่ายที่จะเจรจาให้เสร็จสิ้นภายในปี 2557ด้วย

ก่อนหน้านี้ ได้มีการแต่งกลุ่มเจรจาจำนวน 13 กลุ่ม ได้แก่ 1.การค้าสินค้า 2.กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า 3.พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า 4.มาตรการเยียวยาทางการค้า 5.อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า 6.มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 7.การค้าบริการ 8.การลงทุน 9.การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ 10.ทรัพย์สินทางปัญญา 11. การแข่งขัน 12.การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน 13.การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ โดยให้แต่ละกลุ่มไปเตรียมการผ่านการประชุมร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำท่าทีในการเจรจาทั้งเชิงรุกเชิงรับ