วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรฯจับมือเอกชนลงขันตั้งกองทุนยาง

เกษตรฯจับมือเอกชนลงขันเข้าซื้อยางในตลาดล่วงหน้า หวังดันราคายางสู่ 110 บาทต่อกก.

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ว่า ได้หารือกับภาคเอกชน ประกอบด้วย. องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) บริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ (IRCo) บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท เซาท์แลนด์รับเบอร์ จำกัด และ บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด โดยจะร่วมกันเข้าซื้อยางพาราในตลาดล่วงหน้า เพื่อดึงราคาไปที่ 110 บาทต่อก.ก.ตามเป้าหมายที่วางไว้ เริ่มรับซื้อในเดือนมิ.ย.-ก.ค.2556 เพื่อให้ราคาในเดือนส.ค.อยู่ที่ 110 บาทต่อก.ก. ซึ่งต้องใช้วงเงิน 210 ล้านบาท หรือหน่วยงานละ 30 ล้านบาท สามารถรับซื้อยางพาราได้ประมาณ 42,000 ตัน

"การลงขันเพื่อพยุงราคาครั้งนี้จะจัดตั้งเป็นกองทุน หรือจะบริหารจัดการในรูปแบบใด ต้องหารือกันในรายละเอียดต่อไป แต่ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนเป็นครั้งแรก หากสามารถดำเนินการได้ ภาระในการแทรกแซงราคายางพาราของรัฐบาลจะหมดไป ขณะเดียวกันก็ถือว่าใช้เงินของเอกชนน้อยมาก โดยเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้เกษตรกรขายยางได้ในราคาตลาดโลก" นายยุทธพงษ์ กล่าวว่า

สำหรับยางในสต็อกเก่าของรัฐบาล ต้องดูสถานการณ์ราคาก่อน แม้ว่าจะมีต่างประเทศขอซื้อหลายราย แต่รัฐบาลจะยังไม่ขาย เพื่อมั่นใจว่าราคาจะขยับตัวสูงขึ้นได้ จากปัจจุบันราคาในตลาดส่งออกอยู่ที่ 90.60 บาทต่อก.ก. ทั้งนี้เชื่อว่าเมื่อมีภาคเอกชนมาร่วมมือกับภาครัฐ เชื่อว่าราคายางพารา น่าจะขยับสูงขึ้นสู่เป้าหมายที่วางไว้

นายพงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด กล่าวว่า เอกชนเชื่อมั่นว่าราคายางจะดีขึ้นอย่างช้า ๆ ดังนั้นจึงเห็นควรร่วมมือกันเพื่อให้ตลาดมีความมั่นใจส่วนจำนวนเงินที่จะซื้อยางในตลาดรายละ 600 ล้านบาท โดยจ่ายล่วงหน้ารายละ 30 ล้านบาทนั้น เป็นตัวเลขที่เอกชนพูดคุยถึงความเป็นไปได้ แต่อาจจะมีการปรับเพิ่มหรือลดลงในแต่ละบริษัท ต้องหารือในรายละเอียดกันต่อไป