ขอนำหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมรับผิดชอบในสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ในทางภาษีอากร
สำหรับรายจ่ายค่าการกุศลสาธารณะตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ในการคำนวณกำไรสุทธิ มาเป็นประเด็นปุจฉา - วิสัชนา ต่อจากสัปดาห์ก่อนดังนี้
ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาและการบริจาคเพื่อการสนับสนุนด้านการเรียนรู้และนันทนาการ อย่างไร
วิสัชนา การบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 และการบริจาคเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และนันทนาการ ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 428) พ.ศ. 2548 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้นิติบุคคลดังนี้
1. ให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาขององค์การของรัฐบาล โรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ไม่ว่าจะได้จ่ายไปเป็นเงินหรือทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างและการบำรุงรักษาสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ หรือสนามกีฬาของเอกชนที่เปิดให้ประชาชนใช้เป็นการทั่วไป โดยไม่เก็บค่าบริการใด ๆ หรือสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ หรือสนามกีฬาของทางราชการแต่เมื่อรวมกันเป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายที่จ่ายไปดังกล่าว แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
2. รายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาและรายจ่ายเพื่อการสนับสนุนด้านการเรียนรู้และนันทนาการ ในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ดังกล่าว ในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 10 ให้ยังคงหักเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ หรือรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา แล้วแต่กรณี ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากรได้อีก ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่จ่ายจริงแต่ไมเกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิอีกด้วย
3. ให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่บุคคลธรรมดา หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการดำเนินการสนับสนุนการศึกษา ตามโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบตาม 1. โดยผู้โอนจะต้องไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศกรมสรรพากร ลงวันที่ 5 มกราคม 2548
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ






