ทีวีไดเร็ค วางยุทธศาสตร์ 5 ปีดันรายได้ 5,555 ล้านบาท พร้อมเสนอแผนเพิ่มทุน 28 พ.ค.นี้ เตรียมพร้อมธุรกิจเต็มรูปแบบ
นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด (มหาชน) (TVD)วางยุทธศาสตร์ 5 ปี ก่อนนำเสนอแผนเพิ่มทุน 28 พ.ค.นี้ เพื่อระดมเงินทุน 500 ล้านบาท เตรียมความพร้อมเติบโตในทุกมิติ หวังดันรายได้แตะ 5,555 ล้านบาทภายในปี 2560 จากปีนี้คาดว่าจะทำรายได้ 2.6 พันล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่ทำได้ 2.2 พันล้านบาทแม้จะประสบกับปัญหาไฟไหม้โกดังสินค้า ขณะที่กำไรคาดว่าจะเติบโตเกือบ 2 เท่าจากปีก่อน
ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน 18 แผนย่อย จะมุ่งสร้างรายได้ต่อเนื่อง เพิ่มความแข็งแกร่ง เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมผนึกพันธมิตรตั้งรับทุนต่างชาติ คาดว่าจะเห็นข้อสรุปการเจรจาร่วมทุนและร่วมธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศหลายดีลภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเสนอแผนเพิ่มทุนที่ประกอบด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุนจาก 376 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 188 ล้านบาท เป็น 493.50 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 246.75 ล้านบาท โดยจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 117.5 ล้านหุ้น เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม 94 ล้านหุ้น สัดส่วน 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 4.50 บาท และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 23.5 ล้านหุ้น รองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ(วอแรนท์)ที่บริษัทจัดสรรให้ผู้ที่ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน ได้รับวอแรนท์ในอัตราส่วน 4 หุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อ 1 วอแรนท์ วอแรนท์ดังกล่าวมีอายุ 3 ปี ใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญปีละ 2 ครั้ง อัตราส่วน 1 วอแรนท์ต่อ 1 หุ้นสามัญ ที่ราคาหุ้นละ 3.50 บาท
นายทรงพล กล่าวว่า บริษัทตัดสินใจเพิ่มทุนอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งเพิ่มทุนเพื่อกระจายหุ้นเสนอขายประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO)เมื่อปีก่อน เนื่องจากบริษัทต้องการเสริมความความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและการจัดหาแหล่งเงินทุน จากทิศทางธุรกิจที่มีการขยายตัวสูง ทำให้เงินทุนจากการเติบโตของธุรกิจที่ในปีนี้ ซึ่งขณะนี้บริษัทจึงมีการเจรจากับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงหลายราย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม
"ผู้ถือหุ้นใหญ่ทุกรายพร้อมสนับสนุนการเพิ่มทุนครั้งใหม่ ผมมั่นใจว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้สำเร็จแน่นอน เพราะหุ้นส่วนใหญ่กว่า 70% อยู่ในมือผู้ถือหุ้นใหญ่ และถ้ามีหุ้นเหลือก็พร้อมจะรับซื้อ เราคิดว่าจะระดมทุน 500 ล้านบาทมาใช้ตามแผนยุทธศาสตร์"









