สภาพัฒน์ จี้ กนง. ดูแลนโยบายการเงินให้เหมาะสม หลังเศรษฐกิจไตรมาสแรกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ชี้ลดดอกเบี้ยช่วยได้
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า แม้ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะยังคงเป็นบวก แต่ต้องยอมรับว่ามาจากเศรษฐกิจภายในประเทศ เพราะเศรษฐกิจจากภายนอกประเทศยังคงมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งภาคการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 70% เมื่อเทียบกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้นการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ต้องมีการพิจารณาในหลายประเด็นเพื่อดูแลนโยบายการเงินให้มีความเหมาะสม และควรนำข้อมูลการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจเข้าไปร่วมประกอบการพิจารณาด้วย
ทั้งนี้หากจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยควรให้มีผลตอบรับ แต่การพิจารณาต้องขึ้นอยู่กับกนง. ว่าจะพิจารณาอย่างไร แต่ในปัจจุบันภาวะการไหลเข้าของเงินทุนยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ดังนั้นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยถือเป็นส่วนช่วยในภาวะเศรษฐกิจที่มีสัญญาณการชะลอตัว
อย่างไรก็ตามแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 2/2556 คาดว่าน่าจะมีสัญญาณของการชะลอตัวต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามภาคการส่งออกเป็นหลักว่าจะมีการฟื้นตัวดีขึ้นหรือไม่ในสถานการณ์ที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ดังนั้นจึงควรต้องมาเน้นการค้าในภูมิภาคเป็นหลัก
ในเรื่องของนโยบายการดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุน มองว่านโยบายการเงินและนโยบายการคลังควรต้องสอดคล้องกัน แต่ในปัจจุบันการไหลเข้าของเงินทุนของต่างชาติมีความรวดเร็วมาก ดังนั้นนโยบายการเงินจึงสามารถปฏิบัติได้รวดเร็วกว่านโยบายการคลังที่มีแต่มาตรการภาษีเพียงด้านเดียว และจะต้องใช้ระยะเวลานานในการบังคับใช้ ขณะที่นโยบายการเงินมีความยืดหยุ่นมากกว่า ซึ่งหากการไหลเข้าของเงินทุนชะลอนโบายการเงินก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ดีกว่านโยบายการคลัง
ทั้งนี้ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนกำลังซื้อชะลอตัว การพิจารณานโยบายควรจะต้องพิจารณาให้มีความเหมาะสม และสามารถแข่งขันได้กับประเทศคู่ค้าและคู่แข่ง โดยเฉพาะในเรื่องของราคาสินค้าที่กำลังมีอุปสรรคจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
"นโยบายดอกเบี้ยเปรียบเสมือนวาล์วปิดเปิดท่อน้ำไหลเข้าออก ซึ่งปัจจุบันเงินทุนจากต่างชาติมีแนวโน้มไหลเข้ามาแรงควรจะต้องพิจารณาว่าจะต้องปิดเปิดอย่างไร และในการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 1 ก็มีสัญญาณของการชะลอ เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ดังนั้นการไหลเข้าของเงินทุนจากนโยบาย QE ของสหรัฐฯและญี่ปุ่นที่ยังคงมีมาก หากประเทศไทยยังไม่แสดงความชะล่าใจเกี่ยวกับความกังวลของเศรษฐกิจแล้วก็จะเป็นช่องโหว่ให้เงินทุนไหลเข้ามามากขึ้นได้"









