กันตนา รุกตั้งสถาบันผลิตบุคลากรป้อนวงการทีวี-ภาพยนตร์ ปั้น "มืออาชีพ" แก้ปัญหาขาดแคลน ชี้เปิดเออีซี-ทีวีดิจิทัลบูม ธุรกิจชิงตัวเดือด
นายจาฤก กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กันตนาไม่มีแผนเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล มุ่งสู่การเป็น "คอนเทนท์ โปรวายเดอร์" รายใหญ่ในอาเซียนภายใน 4-5 ปีข้างหน้า เน้นรับจ้างผลิตคอนเทนท์ให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ส่วนหนึ่งป้อนให้บริษัทในเครือ ขณะเดียวกันมุ่งเตรียมพร้อมในเรื่องของการจัดหาบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมทีวีและภาพยนตร์ รองรับจำนวนงานที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงสอดรับการเติบโตของธุรกิจทีวีดิจิทัล
ทั้งนี้ แม้ว่ากันตนาจะมีความพร้อมทางด้านบุคลากร แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมทีวีและภาพยนตร์ อยู่ในภาวะ "ขาดแคลน" บุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีการแย่งชิงตัวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะระดับผู้บริหารที่สามารถบริหารจัดการแผนธุรกิจได้ทั้งหมด ทำให้กันตนามีแนวคิดสร้างคนจากภายในองค์กรขึ้นมาเอง และมีการจัดตั้งสถาบันกันตนา ในหลักสูตร ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสื่อบันเทิง เพื่อผลิตบุคลากรป้อนให้กับองค์กร และรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
“ในอนาคตน่าเป็นห่วงว่า เมื่ออุตฯ เติบโตมาก จากทีวีดิจิทัลและการเปิดเออีซี คนไม่พอแน่นอน ทุกวันนี้ตากล้องยังต้องแย่งตัวกัน แม้จะมีสถาบันฯ ของรัฐหรือเอกชนผลิตคนสาขานี้ออกมามาก แต่เมื่อเข้ามาทำงานก็ไม่ตอบโจทย์มากนัก เพราะงานในวงการนี้ต้องอาศัยประสบการณ์”
อนาคตผลิตคอนเทนท์ 80%
ปัจจุบันกันตนารับจ้างผลิตคอนเทนท์ให้กับผู้ประกอบการรายอื่นทั้งในและต่างประเทศ 60% อีก 40% ผลิตป้อนให้กับกลุ่มบริษัทกันตนา ซึ่งหากเปิดประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่องในช่วงปลายปีนี้ เชื่อว่าตลาดคอนเทนต์จะขยายตัวสูง 2-3 เท่าตัว ผลักดันสัดส่วนการผลิตให้กับรายอื่นเพิ่มขึ้นเป็น 80% ผลิตให้ในเครือลดลงเหลือ 20% และจากจำนวนช่องมากขึ้นเท่าตัวจะทำให้มูลค่าตลาดรวมของอุตฯ ทีวีขยับสูงตามด้วยจากปัจจุบันมีมูลค่าตลาด 6-7 หมื่นล้านบาท
ที่ผ่านมามีนักลงทุนหลายรายทั้งในและต่างประเทศติดต่อเข้ามาต้องการร่วมมือกับกันตนาเข้าประมูลทีวีดิจิทัล แต่ได้ "ปฏิเสธ" ไป โดยเน้นเป็นพันธมิตรร่วมกันผลิตคอนเทนท์มากกว่า ซึ่งขณะนี้กันตนาร่วมกับบริษัทญี่ปุ่นรายหนึ่งที่ต้องการให้กันตนาเป็นศูนย์กลางในการผลิตคอนเทนต์ป้อนให้กับทางญี่ปุ่น และต่างประเทศ รวมทั้งไทย ทำให้เวลานี้กันตนาต้องเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 เท่าจากปกติ และมีการลงทุนในหลายๆ ส่วน เช่น การปรับเปลี่ยนห้องฟิล์มเป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด ขยายงานในส่วนของละครเพื่อรองรับตลาดในอนาคต โดยใช้งบลงทุนในปีนี้กว่า 100 ล้านบาท"
นายจาฤก กล่าวต่อว่า ในปีนี้บริษัทจะมีรายได้รวม 2,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากกลุ่มภาพยนตร์ลดลง 30-40% เหลืออยู่ประมาณ 10% เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสู่ระบบดิจิทัลอย่างรวดเร็วกระทบรายได้จาก 1,000 ล้านบาท ลดลงเหลือ 500-600 ล้านบาท มั่นใจว่าในปีหน้าสัดส่วนรายได้ดังกล่าวนี้จะกลับมาหลังจากได้ลงทุนปรับเปลี่ยนระบบการตัดต่อใหม่ทั้งหมดแล้ว
ส่วนกลุ่มโทรทัศน์ เติบโตสวนทาง คือ เพิ่มขึ้น 10-15% หรือมีสัดส่วนรายได้ 45-50% มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท กลุ่มเกมส์ ยังไม่มีการสร้างรายได้ เพราะเพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจ กลุ่มการศึกษาและกิจกรรม มีสัดส่วนรายได้ 2-3% หรือ 10-20 ล้านบาท คาดว่าในปี 2557 รายได้รวมจะขยับขึ้นเป็น 2,500 ล้านบาท









