ตำรวจงัดกฏหมายฟอกเงินเชือดผู้ค้าก๊าซรายใหญ่ ตั้งนอมินีลักลอบขายก๊าซแอลพีจีผิดประเภท คาด 3 เดือนฟ้องศาล
พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน คณะทำงานปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานเพื่อจะเรียกโรงบรรจุก๊าซแอลพีจี และปั้มแอลพีจีเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่ม โดยในวันที่ 30 พ.ค.จะแจ้งข้อกล่าวหาโรงบรรจุก๊าซเพิ่มอีกกว่า 15 โรง และปั้มแอลพีจีเพิ่มอีกกว่า 20 แห่ง โดยล่าสุดได้เรียกผู้ประกอบการโรงบรรจุก๊าซแอลพีจีมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 76 ราย และปั๊มแอลพีจีอีก 47 แห่ง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอีก 111 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ประกอบการประมาณ 30% ยังไม่ยอมเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทางตำรวจอยู่ระหว่างการพิจารณาออกหมายจับผู้ปนะกอบการที่มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยง หรือทำลายหลักฐาน
ส่วนผู้ค้าก๊าซแอลพีจีรายใหญ่ หรือผู้ค้ามาตรา 7 นั้น หลังจากที่มีข่าวว่าตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานการกระทำผิดนั้น ก็มีผู้ประกอบการ มาตรา 7 บางรายโทรศัพท์เข้ามากดดัน เพราะที่ผ่านมาคิดว่าตำรวจไม่ดำเนินการเรื่องนี้จริงจัง และชะล่าใจว่าจะไม่มีหลักฐานสืบสวนไปถึง โดยทางตำรวจจะเร่งดำเนินงานอย่างเต็มที่ คาดว่าภายใน 3 เดือนหลังจากนั้น จะส่งสำนวนฟ้องศาลได้ครบทุกราย ทั้งโรงบรรจุก๊าซฯ ปั๊มแอลพีจี และผู้ค้าก๊าซฯตามมาตรา 7
"ตลอดระยะเวลา 3 เดือนเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนทางลับอย่างเต็มที่ จนสามารถสาวถึงตัวผู้บงการรายใหญ่ได้ ขณะนี้การรวบรวมหลักฐานมีความคืบหน้าไปกว่า 70% แล้ว พบว่ามีความผิดมูลฐานฟอกเงิน ซึ่งได้ประสานงานกับ ปปง. ยึดทรัพย์คืนสู่แผ่นดินต่อไป ซึ่งในคดีนี้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เร่งรับการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด ความว่าภายใน 3 เดือนจะส่งฟ้องศาลได้อย่างแน่นอน"พ.ต.อ.อุเทน กล่าว









