วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชินคอร์ปย้ำคงเป้ารายได้ยกกลุ่ม

โบรกฯคาดบจ.โชว์กำไรไตรมาสแรก 7-10% "ชินคอร์ป"ยันแอดวานซ์ ยังจ่ายปันผลได้เท่าเดิม แม้จะอยู่ในช่วงลงทุน พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้ทั้งกลุ่ม

บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยรวบรวมบริษัทจดทะเบียนที่รายงานกำไรสุทธิ 388 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 2.24 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เทียบกับปีก่อน แต่หากพิจารณาเฉพาะกลุ่มภาคการผลิต โดยตัดกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พบกลุ่มที่มีกำไรเติบโตสูงสุดเรียงลำดับ ได้แก่ กลุ่มประกันพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร กลุ่มการเงิน ได้แก่ลิสซิ่ง และหลักทรัพย์ กำไรสุทธิเติบโตถึง 166% จากงวดเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มเครื่องจักร และอุตสาหกรรม กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 140% กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กำไรเพิ่มขึ้น 124% กลุ่มวัสดุก่อสร้าง เพิ่มขึ้น 38%

ส่วนกลุ่มที่กำไรสุทธิชะลอตัวได้แก่ โรงพยาบาล และเทคโนโลยี ตรงกันข้ามกลุ่มที่กำไรหดตัวคือ พลังงาน และปิโตรเคมี ส่วนตลาดเอ็มเอไอ กำไรสุทธิเติบโต 59% หากพิจารณาเป็นรายตัว ส่วนใหญ่จะเติบโต แม้บางส่วนมีกำไรหดตัว เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์สฯ กล่าวว่า บริษัทจดทะเบียนกำไรสุทธิเติบโต 7%จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 48%จากงวดไตรมาส4 ปีก่อน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี

ด้านนางสาวทมยันตี คงพูลศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น (INTUCH) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทคงเป้ารายได้เติบโตที่ 6-8% เพราะไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทในเครือเติบโตได้ตามเป้า ทั้งบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัทไทยคม ขณะที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการให้บริการ 3 จีใหม่ แม้แอดวานซ์ จะอยู่ในช่วงของการลงทุน และมีเป้าหมาย 3 ปี จะใช้เงินมูลค่า 70,000 ล้านบาท แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่มั่นใจแอดวานซ์ สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับบริษัทได้ ในอัตราเท่าเดิมตามนโยบาย 100%ของกำไรต่อหุ้น

"ตอนนี้อาจจะมีผู้ลงทุนเกิดความเป็นกังวลว่า แอดวานซ์มีการลงทุนสูง และช่วงปีแรกต้องใช้เงินมาก แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่มั่นใจว่าแอดวานซ์ จะยังจ่ายปันผลได้ในอัตราเท่าเดิม 100% เพราะความสามารถทำกำไรยังดี และแหล่งเงินทุนที่จะใช้ลงทุนคาดแอดวานซ์ จะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงิน เพราะดูฐานะการเงินมีสัดส่วนหนี้ต่อทุน 1-2 เท่า ถือว่าต่ำ และมีความสามารถในการหาแหล่งทุนได้ โดยไม่กระทบต่อการจ่ายเงินปันผลคืนให้กับผู้ถือหุ้น"นางสาวทมยันตี

ส่วนนางสาวนัฐิยา พัวพงศกร ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร เซอร์วิส กล่าวว่า ภาพรวมรายได้ปีนี้จะเติบโต 6-8% ซึ่ง เพราะไตรมาสแรกเติบโตตามเป้า และจากการให้บริการข้อมูลยังเติบโตได้ดี รวมถึงการเปิดให้บริการ 3 จีบนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ปีนี้กำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม ดอกเบี้ย (อีบิทด้า) จะลดลงเหลือ 41-42% หากเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 43% เพราะได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2 ส่วน ได้แก่ การทำโฆษณาการให้บริการระบบ 3 จี และต้นทุนค่าโรมมิ่งระหว่างระบบเดิมกับระบบใหม่ ซึ่งจะกระทบใน 1-2 ปีแรกเท่านั้น

นายเคน สตรุทเกอร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยคม (THCOM) กล่าวว่า รายได้ปีนี้จะเติบโต 8-10% จากปีก่อนที่ทำได้ 7.55 พันล้านบาท เนื่องจากปีนี้บริษัทมียอดการขายสัญญาล่วงหน้าของดาวเทียมไทยคม 6 แล้วจำนวน 60%

"คาดจะมีกำไรก่อนหักค่าเสื่อมราคา จากดาวเทียมไทยคม 6 จำนวน 50% ประกอบกับไตรมาส 3 นี้ บริษัทจะเริ่มขายสัญญาล่วงหน้าช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม7 ซึ่งคาดว่าจะสามารถยิงสู่วงโคจรได้ในปลายปีหน้า"

ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานกว่า 300 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2 คาดมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา

ส่วนปลายปีนี้จะสามารถยิงดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ หลังจากที่ล่าช้ากว่ากำหนด และหลังจากยิงดาวเทียมไทยคม6 ขึ้นสู่วงโคจรแล้ว จะขายสัญญาณได้ครบ 100% ซึ่งขณะนี้ขายสัญญาณล่วงหน้าไปแล้วกว่า 60% สำหรับดาวเทียมไทยคม 7 คาดไตรมาส 3 นี้ จะขายสัญญาณดาวเทียมล่วงหน้าได้ และพร้อมที่จะยิงขึ้นสู่วงโคจรปลายปี 2557