วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บลจ.ทิสโก้ลุยอสังหาฯสหรัฐรับเศรษฐกิจฟื้น

บลจ.ทิสโก้สบช่องเศรษฐกิจสหรัฐฟื้น ส่ง "กองทิสโก้ ยูเอส รีท" ลุยลงทุนอสังหาริมทรัพย์กองแรกของไทย ลงทุนผ่านกอง REIT ที่ใหญ่สุดในสหรัฐ

นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจะเสนอขาย "กองทุนเปิดทิสโก้ ยูเอส รีท " ระหว่างวันที่ 20 พ.ค. - 5 มิ.ย. 56 นี้ ซึ่งถือเป็นกองทุนแรกในไทยที่จะระดมทุนไปลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐ โดยจะนำเงินที่ระดมทุนได้ไปลงทุนใน "กองทุน Vanguard Real Estate Investment Trusts (REITs) ETF" ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนี MSCI US REIT ซึ่งบริหารโดย Vanguard ที่มีประสบการณ์ในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกองทุนมีการกระจายการลงทุนไปในกอง REIT ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างกันออกไป แบ่งเป็น REIT ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เฉพาะด้าน 30% ,REIT ที่ลงทุนในธุรกิจค้าปลีก 27% , REIT ที่ลงทุนในที่อยู่อาศัย 16% ,REIT ที่ลงทุนในออฟฟิศ 14% ,REIT ที่กระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ 8% และ REIT ที่ลงทุนในอุตสาหกรรม 5% ซึ่งมีการกระจายตัวไปในอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ใกล้เคียงกับดัชนี MSCI US REIT

"ตลาดสหรัฐถือเป็นตลาด REIT ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีส่วนแบ่งการตลาด เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี1960 ถ้ามีมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว กองทุนเปิดทิสโก้ ยูเอส รีท ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุน ซึ่งจากข้อมูลในอดีตพบว่าการเคลื่อนไหวของดัชนี MSCI US REIT จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับดัชนี S&P 500 ซึ่งปัจจุบันดัชนีหุ้นสหรัฐก็ขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่ไปแล้ว ในขณะที่ดัชนี MSCI US REIT ยังคงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมช่วงก่อนวิกฤติประมาณ 20% และดัชนี MSCI US REIT ให้ผลตอบแทนรวมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยประมาณ 11.58% ต่อปี ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน"

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุนธุรกิจ กองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ประเด็นที่เคยกังวลของสหรัฐในเรื่องตัวเลขการจ้างงานและราคาอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันก็ปรับตัวดีขึ้น อัตราการว่างงานลดลงเหลือประมาณ 7.5% จากที่เคยสูงประมาณ 10% ในช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ในขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ใน 20 เมืองใหญ่ของสหรัฐที่เคยปรับตัวลดลงกว่า 40% ปัจจุบันก็นิ่งแล้วเริ่มปรับตัวขึ้นแล้ว การที่คนมีงานทำเพิ่มขึ้นย่อมส่งผลบวกต่อกำลังซื้อของคนที่เพิ่มขึ้น ในขระที่อัตราดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับต่ำและอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐยังไม่เป็นปัญหาทำให้คาดว่านโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณอาจจะยืดระยะเวลาออกไปอีก ในแง่ของดีมานด์ของความต้องการซื้อบ้านที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาบ้านเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ซัพพลายของบ้านเองค่อนข้างตึงตัวในปัจจุบันจากที่สต๊อกบ้านในสหรัฐต้องใช้เวลาในการปล่อยประมาณ 1 ปี ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 4 เดือนเท่านั้น และตัวเลขดัชนีชี้วัดในภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐต่างก็ปรับตัวดีขึ้น

"กอง REIT ในสหรัฐต่างจากกองอสังหาริมทรัพย์ในไทย เป็นกองที่มีการเติบโตต่อเนื่องเพราะผู้บริหาร REIT สามารถกู้เงินเพื่อไปลงทุนเพิ่มเพื่อสร้างรายได้เพิ่มค่าเช่าทำให้อัตราผลตอบของ REIT ปรับตัวสูงขึ้นได้ กองทุนหลักเองในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนเฉลี่ย17.25% ต่อปี ใกล้เคียงกับดัชนีเทียบวัดที่ 17.31% ต่อปี การลงทุนในกอง REIT นักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนมากกว่าเงินปันผลและคงต้องรับความเสี่ยงได้พอสมควรเช่นเดียวกัน และหากมอง REIT ทั่วโลกในปัจจุบัน REIT ในสหรัฐก็น่าสนใจสุดเพราะราคายังไม่แพงและมีโอกาสฟื้นตามเศรษฐกิจในอนาคต"