'สสค.'ปลุกใช้'เอสโครว์'ลดเสี่ยงส่งมอบบ้านช้า

'สสค.'ปลุกใช้'เอสโครว์'ลดเสี่ยงส่งมอบบ้านช้า

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ปลุกใช้ กฎหมายเอสโครว์ หลังเห็นสัญญาณส่งมอบบ้านช้า

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สสค.) เชิญสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมบ้านจัดสรร และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมหารือ เพื่อผลักดันให้นำ พ.ร.บ.การดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 หรือกฎหมายเอสโครว์ แอคเคาท์ มาใช้ป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงการซื้อบ้านไม่ได้บ้าน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีใช้อย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าจะบังคับใช้มา 5 ปีแล้วก็ตาม

"เหตุเพราะสศค.เริ่มกังวลเมื่อเห็นสัญญาณการส่งมอบบ้านล่าช้า เกรงว่าอาจจะทำให้ผู้ซื้อเสี่ยงผ่อนกระดาษเปล่า หากโครงการล้มหรือต้องยกเลิกโดยอุบัติเหตุบางประการ"

ปัจจัยที่ทำให้กฎหมายเอสโควร์ แอคเคาท์ ไม่ถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง เพราะสาระสำคัญข้อกฎหมายมีความขัดแย้งในทางปฎิบัติ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ที่มีระยะเวลาในการผ่อนดาวน์นาน ประมาณ 1-2 ปี ซึ่งควรใช้เอสโครว์ กลับมีข้อจำกัดหลายอย่าง เพราะคอนโด จะแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ห้องชุดหรือโฉนดรายห้องได้ต่อเมื่อก่อสร้างเสร็จและจดทะเบียนตั้งนิติบุคคลมาดูแลก่อน ส่งผลให้ไม่มีผลในทางปฏิบัติหากจะใช้เอสโครว์ แต่ทางกลับกัน สศค. ต้องการควบคุมคอนโด เพราะเกิดขึ้นรวดเร็ว และหากเกิดขึ้นมากจนกลายเป็นฟองสบู่ได้ ผู้ซื้อมักจองกระดาษเปล่า และจ่ายเงินดาวน์ไม่ต่ำกว่า 1- 2 ปี และใช้เวลาก่อสร้างนาน 2 ปี ส่งผลให้ระหว่างนั้นอาจเกิดความเสี่ยงได้ เพราะผู้ประกอบการอาจนำเงินดาวน์ไปหมุนทำโครงการต่อจนเกิดความล่าช้าหรือ โครงการสะดุด

"ปัจจุบันผู้ซื้อที่มีปัญหาส่วนใหญ่คือผู้ผ่อนคอนโด ซึ่งพบว่ามีการเบี้ยวเงินดาวน์ เพราะผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง หยุดโครงการกลางคัน ส่วนการคืนเงินดาวน์มักใช้เวลานาน บางรายก็เสียเงินดาวน์ไปเลย"

ทั้งนี้ กฎหมายเอสโครว์ฉบับนี้เป็นลักษณะเปิดทางเลือกไม่ได้บังคับ ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคจะเลือก "ไม่ใช้" เพราะการนำเงินดาวน์ฝากไว้ที่ธนาคารทั้งสองฝ่ายก็จะเสียค่าธรรมเนียม ผู้บริโภคส่วนใหญ่กลัวว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น หรือกลัวว่าบ้านจะแพงขึ้น โดยในจังหวะที่ตลาดเป็นบวกเช่นนี้ ทุกคนไม่ได้กังวลเรื่องซื้อบ้านไม่ได้บ้าน อยากได้บ้านราคาถูก มากกว่าอยากได้เอสโครว์