วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดอกเบี้ยลดกระทบกลุ่มแบงค์ & ที่พักอาศัยอย่างไร?

คาดกนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมปลายเดือนนี้

เราคาดการณ์ว่าในการประชุมกนง.วันที่ 29 พ.ค.56 คณะกรรมการฯจะมีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย R/P 1 วันลง 0.25% จากปัจจุบันที่ 2.75% เนื่องจากบางประเทศในภูมิภาคเอเชียได้เคลื่อนไหวด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง โดยเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เป็น 2.50% ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบ 7 เดือน จากก่อนหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางออสเตรเลียได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปก่อนหน้า
ผลกระทบต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์จำกัด เราคาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธนาคารพาณิชย์จำกัด เนื่องจากธนาคารพาณิชย์มีช่องทางในการบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) จากการปรับโครงสร้างและ Duration ของสินทรัพย์ (สินเชื่อทั้งระยะสั้น+ยาว) และหนี้สิน (เงินฝาก & เงินกู้ยืม) รวมทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมยังคงขยายตัวดี อย่างไรก็ตาม NIM ของกลุ่มธนาคารมีแนวโน้มอ่อนลงในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า อันเนื่องมาจากการแข่งขันระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้สินเชื่อของธนาคารที่เราทำการวิเคราะห์ใน 1Q56 เติบโต 12.1%YoY แต่เงินฝากขยายตัวถึง 21.8%YoY อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายวิจัยฯ DBSV เชื่อว่า NIM เฉลี่ยของกลุ่มธนาคารพาณิชย์น่าจะยังอยู่ในระดับ 3% ได้ ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และเห็นว่ายังไม่น่ากังวลเรื่อง NPL เพราะอยู่ในระดับที่ไม่สูงและธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารจัดการได้ โดยธปท.รายงานว่า Gross NPL/สินเชื่อรวม และ Net NPL/สินเชื่อรวม ณ สิ้นมี.ค.56 เท่ากับ 2.2% และ 1.0% ตามลำดับ
สัดส่วนการกันสำรองค่าเผื่อฯ สะสมต่อ NPL (NPL Coverage Ratio) เท่ากับ 158.9% (เฉพาะ NPL ของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มเป็น 1.32 หมื่นล้านบาท หรือ 1.5% ของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งหมด จากไตรมาส 4/55 ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท หรือ 1.4% ซึ่งยังไม่น่ากังวลนัก) อย่างไรก็ตาม บางธนาคารอาจมีการกันสำรองค่าเผื่อฯเพิ่มขึ้น (ยกเว้น BBL ที่เราคาดว่าจะกันสำรองในระดับปกติเพราะมีสำรองค่าเผื่อฯ สะสมเกินกว่า 2 เท่าของ NPL แล้ว) ให้น้ำหนักการลงทุน Overweight กลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 56 จะขยายตัวแกร่ง 24% หุ้น Top Picks เป็น BBL (ราคาพื้นฐานปี 57 เท่ากับ 290 บาท) และ KTB (ราคาพื้นฐานปี 57 เท่ากับ 37 บาท)
เป็นปัจจัยจิตวิทยาทางบวกกับกลุ่มที่พักอาศัย หากกนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเห็นว่าจะเป็นปัจจัยจิตวิทยาทางบวกกับกลุ่มที่พักอาศัย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยที่เป็น Effective Rate ของสินเชื่อที่พักอาศัยจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะแต่ละธนาคารมีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นจากการแข่งขันระดมเงินฝากที่รุนแรงในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา สำหรับหลักทรัพย์ในกลุ่มที่พักอาศัยที่ฝ่ายวิจัยฯ DBSV ประมาณการว่าจะมีกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เติบโตสูงในปี 56 ได้แก่ QH (ราคาพื้นฐาน 6.4 บาท), SC (ราคาพื้นฐาน 6.55 บาท), PS (ราคาพื้นฐาน 38.40 บาท), LPN (ราคาพื้นฐาน 26.40 บาท), MK (ราคาพื้นฐาน 6.22 บาท) ส่วนความเสี่ยงหลักของกลุ่มที่พักอาศัย คือ ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่อาจทำให้การก่อสร้างโครงการล่าช้า การโอนและการรับรู้รายได้มีโอกาสเลื่อนออกไป 1-2 ไตรมาส