กำไรสุทธิ 1Q56 สูง แต่ยังมีความเสี่ยงขาดทุนใน 2Q56
- หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติ 1Q56 ลดลง 40%YoY
THAI ประกาศกำไรสุทธิ 1Q56 อยู่ที่ 8,283 ล้านบาท (+960%QoQ, +59%YoY) เนื่องจาก (1) มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มากถึง 6,129 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทจะมีกำไรปกติใน 1Q56 อยู่ที่ 1,855 ล้านบาท (-40%YoY) เนื่องจากบริษัทมีการปรับด้อยค่าเครื่องบินรอกการขายจำนวน 2,260 ล้านบาท (2) อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) สูงถึง 80% แม้ปริมาณผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) จะปรับเพิ่มตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนเครื่องบิน แต่บริษัทมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า (3) ต้นทุนเชื้อเพลิงทรงตัว YoY แม้บริษัทจะมีการใช้ปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการทำ Hedging (3) ค่าเสื่อมราคาปรับลดลเป็นผลมาจากปรับอายุเครื่องบินเพิ่มจาก 15 ปี เป็น 20 ปี
- ธุรกิจเข้าสู่ Low Season ความกังวลต่อผลขาดทุนจะเริ่มกลับมา
แนวโน้ม 2Q56 อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล เราจะเริ่มเห็นการลดลงของ Cabin Factor เหลือ 76% และ 71% ในเดือน เม.ย. – พ.ค. ขณะที่ Booking ในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 60% (Cabin Factor เฉลี่ย 1Q56 อยู่ที่ 80%) สะท้อนภาพของธุรกิจที่เข้าสู่ช่วง Low Season อย่างชัดเจน (โดยไตรมาส 2 ของทุกปี ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีผลขาดทุนก่อนอัตราแลกเปลี่ยนทุกปี) ขณะที่ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงต่อการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หลังจาก 1Q56 บริษัทมีกำไรจากรายการดังกล่าวมากถึง 6,129 ล้านบาท (ประมาณ 74% ของกำไรสุทธิ 1Q56) แม้ที่ผ่านมาบริษัทจะมีการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงที่ดี รวมทั้งนโยบายการปรับเส้นทางการบินและลดเส้นทางที่มีความสามารถในการทำกำไรต่ำ แต่เรายังเชื่อว่า 2Q56 บริษัทยังคงมีความเสี่ยงที่จะมีการดำเนินงานขาดทุน









