เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนออกมาดี
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นค่อนข้างทรงตัว โดยมีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่สภาพคล่องไหลกลับเข้าสู่ระบบธนาคารพาณิชย์หลังวันหยุดยาว ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.74899-2.75% เทียบกับ 2.74925-2.75% จากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 13-17 พ.ค. 2556 จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ รวมถึงการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ของธนาคารพาณิชย์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 2.96% ในวันศุกร์ ลดลงเมื่อเทียบกับ 3.02% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับลดลงในวันอังคารจากแรงซื้อของกองทุนในประเทศ ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในวันพุธ ท่ามกลางแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ จากนั้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลงต่อเนื่อง จากคาดการณ์ว่า กนง. อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.81% ในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 1.74% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาดี ก่อนที่จะปรับลดลงในวันพุธโดยมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุน จากนั้นอัตราผลตอบแทนปรับพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี จากข้อมูลเศรษฐกิจของจีนและเยอรมนี รวมทั้งข้อมูลตลาดแรงงานรายสัปดาห์ ที่ออกมาดี
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน ท่ามกลางแรงหนุนเงินดอลลาร์ฯ จากข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปีครึ่ง นอกจากนี้ นักลงทุนยังใช้ความระมัดระวังก่อนที่จะมีการหารือสถานการณ์ค่าเงินบาทระหว่างหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง และกนง. ในวันที่ 13 พ.ค. 2556 ด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ (10 พ.ค.) เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 29.75 ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยมายืนที่ระดับ 29.70 เทียบกับระดับ 29.61 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 พ.ค.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (13-17 พ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.40-29.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นเพดานหนี้ของสหรัฐฯ สัญญาณ/ท่าทีของทางการในการดูแลค่าเงินบาทหลังจากที่หลายหน่วยงานจะมีการหารือกันกับกนง. ในวันที่ 13 พ.ค. ขณะที่ ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาวะธุรกิจของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจภาวะธุรกิจของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนพ.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย การเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรม และอัตราการใช้กำลังผลิตเดือนเม.ย. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรกลับมาอ่อนค่าลงช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่ได้รับแรงหนุนในช่วงต้น-กลางสัปดาห์จากข้อมูลคำสั่งซื้อและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเดือนมี.ค. ที่สดใสกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด นอกจากนี้ ผลการประมูลพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลโปรตุเกส (ครั้งแรกหลังจากขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจาก EU/IMF) ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ก็เป็นปัจจัยบวกต่อเงินยูโรเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินยูโรต้องลดช่วงบวกลงทั้งหมด และกลับไปอ่อนค่าลงในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยถูกกดดันจากผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสเปนที่น่าผิดหวัง และการคาดการณ์ต่อสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมจากธนาคารกลางยุโรป (ECB)
เงินเยนทะลุ 101 เยนต่อดอลลาร์ฯ แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 ปีครึ่งใกล้ 101.75 เยนต่อดอลลาร์ฯ หลังจากที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี (สะท้อนสัญญาณที่ดีขึ้นของตลาดแรงงาน) ขณะที่ เจ้าหน้าที่เฟดบางรายแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับประเด็นข้อดี-ข้อเสียของมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรของเฟด อนึ่ง เงินเยนปรับตัวขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดในอิหร่านและซีเรีย
ในวันศุกร์ (10 พ.ค.) เงินยูโรปรับตัวอยู่ที่ 1.2994 เทียบกับระดับ 1.3113 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 พ.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 101.60 เทียบกับ 99.02 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนออกมาดี ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,622.48 จุด เพิ่มขึ้น 2.76% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 17.94% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 41,552.09 ล้านบาท โดยบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อย ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 497.38 จุด ลดลง 0.71% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนีปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1,600 จุด จากแรงหนุนของข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ และการส่งออกของจีนที่ออกมาดี นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุน จากคาดการณ์ว่า กนง. อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 13-17 พ.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีอาจเผชิญกับความผันผวน โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ และความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Mich.) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,594 และ 1,584 ขณะที่แนวต้านคาดว่า จะอยู่ที่ 1,640 และ 1,680 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้นผ่านระดับ 15,000 จากข้อมูลตลาดแรงงานที่ออกมาดี โดยในวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 15,105.12 จุด เพิ่มขึ้น 0.88% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นำโดยหุ้นกล่มธนาคาร และเทคโนโลยี จากผลประกอบการณ์ที่ออกมาดี นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุนจากข้อมูลภาคอุตสาหกรรมของเยอรมันและยอดการขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ออกมาดี
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี หลังเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทะลุระดับ 100 เยนต่อดอลลาร์ฯ โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 14,607.54 จุด เพิ่มขึ้น 6.67% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้น หลังจากปิดทำการเนื่องในเทศกาล Golden week โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ และข้อมูลภาคอุตสาหกรรมของเยอรมันที่ออกมาดี ก่อนที่จะปรับลดลงในวันพฤหัสบดี โดยมีแรงขายทำกำไรจากนักลงทุน อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับพุ่งขึ้นในวันศุกร์ หลังเงินเยนอ่อนค่าต่ำกว่าระดับ 100 เยนต่อดอลลาร์ฯ









