ลุ้นการเหวี่ยงตัวขึ้นเหนือ 1,585 จุดตาม Momentum ตลาดภูมิภาค เป้าหมาย 1,660 จุด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ เรายังคงคาดหวังว่าตลาดหุ้นไทยจะได้รับปัจจัยหนุนจากทิศทางของกระแสเงินทุนที่เริ่มไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นภูมิภาคอีกครั้ง หลังการเกิด “Contrarian Buy Signal” ในตลาดหุ้นโลก เนื่องจากถ้าพิจารณาในเชิงมูลค่า (Valuation) แล้วล่าสุดตลาดหุ้นไทยซื้อ-ขายที่ระดับ 12.8 เท่าของ Leading P/E เท่านั้น มี Premium เพียง 9.5% เมื่อเทียบกับ Leading P/E ของดัชนี MSCI Asia ex Japan ต่ำที่สุดเป็นอับดับที่ 3 ขณะที่ถ้าเทียบจากระดับ PEG ตลาดหุ้นซื้อ-ขายที่ระดับ 0.53 เท่าเท่านั้น ต่ำที่สุดเป็นอับดับที่ 3 รองจากตลาดหุ้นใต้หวั่น และเกาหลีใต้ ดังนั้นตราบใดที่ SET ไม่ลงไปปิดต่ำกว่า 1,585 จุด อีกครั้ง ในระยะ 1 เดือนเรายังคงเป้าการพลิกกลับตามรูปแบบ Double Bottom Reversal ไว้ที่ 1,660 จุด
- แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิของ SET ในปี 2556 จะถูก Bloomberg ปรับประมาณการลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 อีก 0.9% WoW สวนทางกลับค่าเฉลี่ยของ MSCI Asia ex Japan ที่ถูกปรับประมาณการขึ้น 0.1% WoW อย่างไรก็ดี Bloomberg ยังคงประเมินอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิของ SET ในปี 2556 ไว้ที่ 24.0% YoY เทียบกับค่าเฉลี่ย MSCI Asia ex Japan ที่ 12.9% YoY ทำให้การขยายตัวของกำไร (Earnings Growth) ยังคงเป็นจุดเด่นที่จะทำให้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่จะ Outperform ภูมิภาคต่อไป ขณะที่หุ้นที่ถูก Bloomberg ปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2556 ขึ้นมากที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ TASCO (+32%), ITD (+9%) และ SAT (+6%) ขณะที่หุ้นที่ถูกปรับประมาณการกำไรสุทธิลงมากที่สุด ได้แก่ SSI (-180%), SC (-82%) และ CPN (-50%)
- กลยุทธ์การลงทุน ลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,585 (+/-5) จุด ในหุ้น BBL, BAY, LIVE, SEAFCO, CK, LH, BCP, KAMART, AMATA, MSC และ INET อย่างไรก็ดีในกรณีที่ SET ปิดต่ำกว่า 1,575 (+/-5) จุด จะเป็นจังหวะที่ควรขายในลักษณะ “Short Against” ลดความเสี่ยงออกมาก่อน






