"ภัทร"คาดมูลค่าการซื้อขายใบแสดงสิทธิอนุพันธ์ตลาดหุ้นไทยโต 3 เท่าตัว ใน 2 ปีจากปัจจุบันเฉลี่ยต่อวันสูงสุดในรอบ 4 ปี
นายนภดล นิมมานพิภักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานค้าหลักทรัพย์ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า ภาพรวมการซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ในตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากที่เริ่มเปิดให้มีการซื้อขายเมื่อ 4 ปีก่อน โดยคาดว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันน่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นได้ 2-3 เท่าตัวในอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากตลาดหุ้นไทยคึกคัก และนักลงทุนเริ่มหันมาให้ความสนใจที่จะลงทุนตราสารแบบใหม่มากขึ้น
"ตลาดหุ้นไทยเปิดให้มีการซื้อขายเดริเวทีฟเมื่อ 4 ปีก่อน วอลุ่มการซื้อขายปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีนี้ถือว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงสุดที่ 650 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งแนวโน้มก็เพิ่มขึ้นเพราะตลาดหุ้นคึกคัก ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงการใช้เงินลงทุนก็สูง แต่ถ้าหันมาลงทุนในเดริเวทีฟ วอร์แรนท์จะใช้เงินที่น้อยกว่า ผลตอบแทนก็อยู่ในระดับที่ดี ทำให้วอลุ่มการซื้อขายน่าจะเพิ่มขึ้นได้สูงถึง 2-3 เท่าตัว อีก 2 ปีข้างหน้า" นายนภดล กล่าว
เขากล่าวว่า หากพิจารณาการเติบโตตลาดเดริเวทีฟ น่าจะได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะหากดูจากการเติบโตของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ฮ่องกง ปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 12% ของมูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดหุ้น ขณะที่ไทยอยู่ที่ 1% ขณะเดียวกันเมื่อตลาดหุ้นคึกคักประกอบกับมีสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น เช่น DW ที่อ้างอิงกับดัชนีอุตสาหกรรมต่างๆ DW อ้างอิงกับหุ้นในเซ็ท 100
ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับ ก.ล.ต. โดยมีการพิจารณาเกณฑ์ในการคำนวณหุ้นที่จะนำมาอ้างอิง โดยคาดว่าใน 100 บริษัท มีศักยภาพ 75 บริษัท และเข้าเกณฑ์ที่มีขนาดมูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) เกิน 1 หมื่นล้านบาท ประมาณ 25-30 ตัว ซึ่งสามารถนำมาอ้างอิงได้ และคาดว่าจะสามารถให้ซื้อขายสินค้าดังกล่าวประมาณกลางปีหน้า ดังนั้น น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ภาพรวมมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นได้
ทั้งนี้ บล.ภัทร มีส่วนแบ่งตลาดในช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ 3% เดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14% และล่าสุดเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30% ขณะที่ บล.บัวหลวงมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดอยู่ที่ 51% สาเหตุที่บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดของ DW เพิ่มขึ้นเนื่องจาก บริษัทมีสินค้าที่ออกใหม่ โดยเฉพาะ DW เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าตัวใหม่อายุยาวมากขึ้น ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจที่ลงทุนมากขึ้น
ล่าสุดในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัว Investment DW (iDW) อายุ 2 ปี เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่ง บล.ภัทร มีแผนที่จะออก iDW อายุ 1-2 ปี ทั้งหมด 7 รุ่น ในวันที่ 9 พฤษภาคม นี้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุน ซึ่ง iDW ที่เสนอขายในครั้งนี้ ได้แก่ Call iDW อายุ 2 ปี ในหุ้นกรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) โดยใช้สัญญาลักษณ์ BGH 06CB อายุ 2 ปี หุ้นกรุงเทพประกันชีวิต( BLA) BLA06CA หุ้นซีพีเอฟ (CPF) ใช้ชื่อ CPF06CC Call iDW อายุ 2 ปี ในหุ้นจัสมินฯ (JAS) ใช้ชื่อย่อ JAS06CAหุ้น บง.ธนชาต (TCAP) ใช้ชื่อ TCAP06CB ขณะที่ Put iDW อายุ 1 ปี ในหุ้นแบงก์กสิกรไทย (KBANK) ใช้ชื่อย่อ KBAN6PB PutiDW อายุ 1 ปี ในหุ้นแบงก์ไทยพาณิชย์ SCB ใช้ชื่อย่อ SCB06PE
สาเหตุที่เลือกออก DW อายุยาวสุด 2 ปี เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าบริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะกลางและระยะยาวมากขึ้น โดยการลงทุนใน DW ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีอายุค่อนข้างสั้น ทำให้ไม่ตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้ บริษัทเห็นถึงข้อจำกัดนี้ จึงออก iDW ดังกล่าว เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักลงทุน โดยลักษณะเด่นของ iDW ที่ออกโดย บล.ภัทร คือ มีอายุ 1-2 ปี และมีฐานะ In-The-Money มาก ตัวอย่างเช่น Call DW จะมีราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาหุ้นอ้างอิงมากกว่า และ Put DW จะมีราคาใช้สิทธิราคาสูงกว่าราคาอ้างอิง ทำให้นักลงทุนมีต้นทุนในการถือครอง Investment DW ต่ำกว่า DW ทั่วไป









