"แกรมมี่" ขายทิ้งหุ้นมติชนกว่า 22% ราคาเท่าทุน 11.09 บาท ให้กลุ่ม"จึงรุ่งเรืองกิจ" หวังนำเงินลงทุน "ทีวีดิจิทัล-จีเอ็มเอ็ม แซท"
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 ในกระดานซื้อขายรายใหญ่ มีการทำรายการซื้อขายหุ้นบริษัทมติชน (MATI) จำนวน 42.38 ล้านหุ้นคิดเป็น 22.12%ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 11.09 บาท มูลค่ารวม 469.94 ล้านบาท
ทั้งนี้บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2548 ว่า บริษัทได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท มติชน จากผู้ถือหุ้นเดิมชาวต่างประเทศบางรายจำนวนทั้งสิ้น 65.96 ล้านหุ้น ะ 32.18% ของทุนที่ชำระแล้วของบริษัท ซึ่งเมื่อรวมกับจำนวนหุ้นสามัญ ที่บริษัทฯ ได้มาก่อนหน้านี้จำนวน 116,000 หุ้น เป็นผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นสามัญของMATI เป็นจำนวนทั้งสิ้น 66.07 ล้านหุ้น คิดเป็น 32.23% ของทุนที่ชำระแล้ว โดยราคาที่ซื้อขายอยู่ที่ 11.10 บาทต่อหุ้น
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ขายหุ้นในบมจ.มติชน ออกทั้งหมด จำนวน 42.39 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยที่ 11.09 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 469.94 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาขาย"เท่าทุน" กับที่ซื้อมาในปี 2548 ทั้งนี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปลงทุนในธุรกิจหลักของแกรมมี่ในกลุ่มกิจการบรอดแคสต์ โดยเฉพาะธุรกิจ"จีเอ็มเอ็ม แซท" ที่ประกอบไปด้วยธุรกิจแพลตฟอร์มกล่องรับสัญญาณดาวเทียม และเพย์ทีวี รวมทั้งการประมูล"ทีวีดิจิทัล" ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดประมูลในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้
"การลงทุนในหุ้นหนังสือพิมพ์ที่ผ่านมา เพราะเป็นหุ้นที่มีเสน่ห์ รู้อยู่แล้วว่าหากตัดสินใจขายเมื่อใด จะมีคนซื้อแน่นอน แต่ปัจจุบันการลงทุนในสื่อทีวี โดยเฉพาะทีวีดิจิทัล นับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะสร้างผลตอบแทนสูงกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ และเชื่อว่าเป็นการปรับฐานเงินลงทุนที่ผู้ถือหุ้นน่าจะพอใจ" นายไพบูลย์ กล่าว
สำหรับแผนลงทุนของแกรมมี่ หลังจากนี้ คือธุรกิจแพลตฟอร์มจีเอ็มเอ็ม แซทและการซื้อคอนเทนท์เพื่อขยายธุรกิจเพย์ทีวี รวมปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท และการลงทุนใหญ่จะอยู่ที่ทีวีดิจิทัลในการร่วมประมูล 3 ช่องใช้งบราว 5,000 ล้านบาท โดยมีสถาบันการเงินและธนาคารหลายแห่งให้ความสนใจปล่อยกู้กับแกรมมี่ตามแผนลงทุนที่มุ่งสู่ธุรกิจบรอดแคสต์ยุคดิจิทัล
"จึงรุ่งเรืองกิจ"ซื้อต่อหุ้นมติชน
แหล่งข่าวโบรกเกอร์ กล่าวว่าหุ้นบิ๊กล็อตของบริษัทมติชนที่เกิดขึ้นเป็นการทำรายการของบริษัทแกรมมี่ที่ขายให้กับ นายธนาทร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้บริหาร กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท และเป็นทายาทของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ อย่างไรก็ตาม เหตุผลของการขายในครั้งนี้น่าจะมาจากการที่บริษัทแกรมมี่อยู่ระหว่างการเตรียมเงินเพื่อโครงการลงทุนในธุรกิจต่างๆ และปัจจุบันบริษัทมีผลประกอบการที่ขาดทุน และขาดสภาพคล่องจึงจำเป็นต้องหาช่องทางในการเพิ่มสภาพคล่องให้ตัวเอง
"ปัจจุบันบริษัทแกรมมี่ มีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงโดยเฉพาะการตัดค่าเสื่อมจากธุรกิจเพย์ทีวีอีกปีละประมาณ 1 พันล้านบาท ทำให้บริษัทจะต้องประสบกับภาระขาดทุนต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขณะที่บริษัทก็ต้องเตรียมเงินเพื่อใช้ในการลงทุนอีกหลายโครงการ ถึงแม้บริษัทจะตัดขายเงินลงทุนในหุ้นมติชน ก็ยังไม่ได้ทำให้ฐานะของบริษัทดีขึ้นมา และเชื่อว่าบริษัทมีแผนจะขายหุ้นโพสต์(POST)ที่ถือลงทุนออกมาอีก"แหล่งข่าวกล่าว
เขากล่าวว่าฝ่ายวิจัยไม่ได้แนะนำให้เข้าลงทุนในหุ้นแกรมมี่ เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างการลงทุน ดังนั้นผลตอบแทนจากการลงทุนคงไม่ดีนัก รวมทั้งบริษัทยังมีผลประกอบการที่ขาดทุน แม้ว่าการตัดขายเงินลงทุนก็ไม่น่าจะทำให้บริษัทมีผลประกอบการออกมาดี เพราะภาระค่าใช้จ่ายต่อปียังสูงขณะที่การสร้างรายได้ก็ไม่ทันค่าใช้จ่าย จึงน่าจะทำให้บริษัทประสบปัญหาขาดทุนอีกในปีนี้
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่าฝ่ายวิจัยยังเชื่อว่าผลการดำเนินงานทั้งปี 2556 ของบริษัทแกรมมี่ ยังมีโอกาสขาดทุนอยู่สูง ส่วนในปี 2557 ยังมีความเสี่ยงจากการจัดจำหน่ายค่าลิขสิทธิ์คอนเทนท์เพย์ทีวีอีก 1.3 พันล้านบาท อีกด้วย ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นแกรมมี่ ไปก่อน และแนะนำเปลี่ยนไปซื้อบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 65 บาทต่อหุ้นแทน เนื่องจากเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จจากช่องทีวีดาวเทียม และซื้อหุ้น บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 25.50 บาทต่อหุ้น เพราะกระแสความนิยมภาพยนตร์ ไทยกลับมาคึกคัก และมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว









