คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยมูลค่าพื้นฐานใหม่ที่ 43 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 15% จากมุมมองดีขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้
และปี 57 แม้ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ จะขยายตัวเด่นจากการเร่งตัวของยอดขายในระยะสั้น แต่อัตรากำไรจากการดำเนินงานที่คาดจะดีขึ้นต่อเนื่องตามความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายการขาย และวิจัยให้เป็นไปตามเป้าหมายบริษัท จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าเพิ่มขึ้น 7%
ผลการดำเนินงาน 1q56 จะเติบโตทั้ง yoy และ qoq จากอัตรากำไรที่ดีขึ้น:คาดว่า บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ หรือ DELTA จะรายงานกำไรสุทธิ 1q56 ที่ 1,181 ล้านบาท (+66%yoy, +45%qoq) ดีกว่ามุมมองของเราก่อนหน้านี้ ด้วยปัจจัยสนับสนุน คาดมีรายได้ที่ 320 ล้านดอลลาร์ (+14%yoy,-5%qoq) เพราะยังสามารถรักษาระดับยอดขายเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับ Data Center ไว้ได้ แม้จะอยู่ระหว่างการเปลี่ยน Platform ใหม่ของอุปกรณ์
นอกจากนี้ธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์จอภาพ Display และ Video Wall ในอินเดีย มีแนวโน้มดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนการลดลงของยอดขายจากไตรมาสก่อนเป็นไปตามปัจจัยฤดูกาล ทั้งนี้ การแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยน จะทำให้รายได้สกุลเงินบาทเท่ากับ 9,760 ล้านบาท (+12%yoy,-6%qoq)
ส่วนผสมยอดขายที่มาจากเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับ Data Center และธุรกิจจัดจำหน่ายในประเทศอินเดียนั้นให้มาร์จินสูง จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวเป็น 27% เทียบกับ 25.7% ใน 1q55 และ 24.1% ใน 4q55 และอัตราส่วน sg&a ต่อยอดขายเท่ากับ 16.5% ลดลงจาก 18.8% ใน 1q55 และ 18.7% ใน 4q55 จากความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายการขาย และการวิจัยและพัฒนา ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (operating margin) ขยายตัวอย่างมีนัยยะเป็น 12.3% จาก 8.1% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และ 7% ในไตรมาสก่อน จึงคาดการณ์กำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยน 10 ล้านบาท
คาดกำไรจะเร่งตัวในช่วงครึ่งปีหลัง:คาดผลการดำเนินงานของ DELTA จะอ่อนตัวใน 2q56 จากฐานกำไรที่สูงในไตรมาสแรก และจะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้งใน 2h56 เมื่ออุปกรณ์ Data Center ได้ออก Platform ใหม่ ช่วงกลางปีนี้ ทำให้บริษัทเริ่มขายเพาเวอร์ซัพพลายกลุ่มนี้ได้มากขึ้น (45% ของยอดขายรวม) ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นยอดขายและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น แม้ผลิตภัณฑ์ Solar Inverter (8% ของยอดขายรวม) ซึ่งให้อัตรากำไรสูง ประสบปัญหาการแข่งขันด้านราคาในกลุ่มลูกค้าใหม่ที่บริษัท เข้าไปทำตลาดได้สักระยะ เช่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ขณะเดียวกัน ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายการขายและการวิจัย/พัฒนาได้ดีอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และปรับงบประมาณมาเน้นการพัฒนาและปรับปรุงสินค้าปัจจุบันมากขึ้น จะเป็นปัจจัยหลักผลักดันกำไร ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าลดอัตราส่วน sg&a ต่อยอดขาย จาก 17% ในปี 55 มาอยู่ที่ 15% ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ด้วยแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีกว่ามุมมองเดิม เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 56-57 ขึ้น 7% เป็น 4,141 ล้านบาท และ 4,537 ล้านบาท ตามลำดับ โดยปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin) ขึ้น 70bps เป็น 10.7% ในปี 56 และ 10.6% ในปี 57
คงคำแนะนำ "ซื้อ" จากทิศทางขาขึ้นของผลประกอบการ:ผลการดำเนินงานโดดเด่นใน 1q56 และเร่งตัวใน 2h56 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนระยะสั้น นอกจากนี้ยอดขายผลิตภัณฑ์เพาเวอร์ซัพพลายสำหรับ Data Center และเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับ Telecom และ Automotive ที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง (สถานะเงินสดสุทธิ) จะสนับสนุนการเติบโตต่อเนื่องของผลประกอบการหลังปี 56 ราคาหุ้นปัจจุบัน (11xp/e) ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาค (14xp/e) และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 5-6% ต่อปี ยังจูงใจสำหรับการลงทุนระยะยาว เราปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานปีนี้ขึ้น 15% จากรายงานครั้งก่อน เป็น 43 บาท โดยปรับเพิ่ม p/e เป้าหมายจาก 12 เท่า เป็น 13 เท่า









