วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมตราสารหนี้ชี้ข่าวลดดบ.กดยิลด์ร่วง

สมาคมตลาดตราสารหนี้รับตลาดตราสารหนี้ตอบรับกระแสข่าวลดดอกเบี้ยระดับหนึ่ง ผลตอบแทนตราสารหนี้อายุ 10-20 ปี ปรับลง 0.12 -0.18%

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจากกระแสข่าวที่อาจจะมีการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อชะลอเงินทุนไหลเข้านั้น ในวันที่มีการประชุมอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุสั้นก็ปรับตัวลงประมาณ 0.03 - 0.05% เพราะตลาดคาดว่าจะมีอะไรออกมา แต่ถ้ามองอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ในช่วงเดือนเม.ย.56 อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะสั้นอายุต่ำกว่า 1 ปี ยังค่อนข้างทรงตัวประมาณ 2.70 - 2.72%

ในขณะที่ตราสารหนี้อายุยาว 10 - 20 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงมาแล้วประมาณ 0.12 - 0.18% และในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศก็ขยับมาลงทุนตราสารหนี้อายุยาวมากขึ้นอาจเพราะบางส่วนคาดว่าอาจจะมีการลดดอกเบี้ยลงซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดตราสารหนี้อยู่แล้ว

ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติเองก็ยังคงเข้าซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง ณ วันที่ 26 เม.ย.56 มียอดซื้อสุทธิ 58,600 ล้านบาท มียอดถือครองสุทธิ 869,700 ล้านบาท โดยเป็นสัดส่วนตราสารหนี้ระยะสั้น 25% และตราสารหนี้ระยะยาว 75%
"ตลาดตราสารหนี้เองคงรอดูความชัดเจนของมาตรการที่จะมีการนำมาใช้ว่าจะเป็นมาตรการอะไร แต่ในตอนนี้ก็ยังเชื่อว่ามาตรการที่ออกมาจะเป็นมาตรการที่ส่งผลในเชิงบวกต่อตลาดตราสารหนี้มากกว่า เพราะรัฐเองก็ยังมีแผนกู้เงินอีกเป็นจำนวนมาก ถ้าเลือกมาตรการที่ส่งผลลบต่อตลาดตราสารหนี้แล้วมีเงินไหลออกจนทำให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวสูงขึ้นก็ไม่เป็นผลดีต่อต้นทุนการเงินในการระดมทุนของภาครัฐแต่ประการใด ซึ่งคงต้องติดตามดูความชัดเจนอีกครั้งว่าจะเป็นมาตรการใด แต่ถ้าลดดอกเบี้ยส่งผลดีต่อตลาดตราสารหนี้อยู่แล้ว"

ส่วนข้อเสนอเรื่องการเก็บภาษีนักลงทุนต่างชาตินั้น ปัจจุบันกำไรจากการขายเก็บภาษีอยู่แล้ว เพียงแต่ในทางปฏิบัติมีเรื่องของอนุสัญญาภาษีซ้อนทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนก็ทำให้เสียภาษีเป็นศูนย์ ในส่วนของดอกเบี้ยจ่ายหากลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้วตามประมวลรัษฎากร การเสนอให้เก็บภาษีตราสารหนี้นักลงทุนต่างชาติคงต้องไปดูว่าจะให้เก็บตรงไหนซึ่งการแก้กม.ก็คงไม่ง่าย อาจจะเป็นแนวทางอื่นมากกว่า แต่ก็ยังมองว่าน่าจะเป็นมาตรการที่เป็นผลบวกกับตลาดตราสารหนี้ มาตรการกันสำรองคงไม่มีการนำกลับมาใช้แล้ว แต่โดยภาวะแวดล้อมดอกเบี้ยไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบันก็มีส่วนต่างดอกเบี้ยกันประมาณ 0.2 - 0.25% มองการลดดอกเบี้ยลงมาก็คงไม่ได้ช่วยอะไรมาก