ในกรอบขาขึ้น เหวี่ยงตัวระหว่างวันเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เป้า 1 เดือนอยู่ที่ 1,660 จุด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ การพักตัวลงมาระหว่างวันในวันนี้ จากความเป็นไปได้ที่ตลาดจะยังคงผันผวนเพื่อรอความชัดเจนจากการประชุม FOMC ในวันนี้ และพรุ่งนี้ เรามองเป็นโอกาสในการเข้า “ทยอยซื้อสะสม” เนื่องจากเราคาดหวังการดีดตัวขึ้นต่อของ SET ไปที่บริเวณ 1,600 (+/-5) จุดอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ เพราะนอกจากปัจจัยในประเทศจากการที่ล่าสุด รมว.คลังออกมาระบุชัดเจนว่าไม่ต้องการเห็นมาตรการควบคุมเงินทุนแล้ว จะมีปัจจัยหนุนจากฝั่งยุโรปเข้ามาด้วยทั้งความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะลดดอกเบี้ยจาก 0.75% ในการประชุมวันที่ 2 พ.ค.2556 และความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลของอิตาลี ดังนั้นตราบใดที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า Neck Line ของรูปแบบ Double Bottom บริเวณ 1,560 (+/-5) จุดลงมาอีกครั้ง เราประเมินเป้าการพลิกกลับระยะ 1 เดือนไว้ที่ 1,660 (+/-10) จุด
- เราประเมินว่านักลงทุนต่างชาติจะยังคงไม่กลับเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างเต็มตัวจนกว่าจะถึงกลาง พ.ค.2556 เป็นอย่างเร็ว เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็นการสถานการณ์ค่าเงินบาท, การขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ และความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี อย่างไรก็ดีจากจุดเด่นของตลาดหุ้นไทยทั้งในด้านของ Earnings Growth และ Valuation ทำให้เรายังคงเป้าหมายของ SET ในปี 2556 ไว้ที่ 1,695 จุด โดยกลุ่มที่ยังมีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย (Outperform) จะอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน และการบริโภคในประเทศเป็นหลัก อย่างกลุ่มรับเหมาฯ, วัสดุก่อสร้าง, ธนาคาร, ที่อยู่อาศัย และนิคมอุตสาหกรรม
- กลยุทธ์การลงทุน ลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,560 (+/-5) จุด ในหุ้น BBL, BAY, LIVE, SEAFCO, CK, LH, SIRI, BCP, KAMART, AMATA, MSC และ INET อย่างไรก็ดีในกรณีที่ SET ปิดต่ำกว่า 1,560 (+/-5) จุด จะเป็นจังหวะที่ควรขายในลักษณะ “Short Against” ลดความเสี่ยงออกมาก่อน









