วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ท่องเที่ยวเล็งถกสตช.เร่งคดีช่วยนักท่องเที่ยว

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ รับลูกกระทรวงยุติธรรมตั้งศาลท่องเที่ยว หวังเคลียร์ปัญหาความปลอดภัย พร้อมเตรียมเดินสายหารือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้เตรียมรับแนวคิดที่นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เสนอเรื่องการจัดตั้งศาลท่องเที่ยวเพื่อดูแลขั้นตอนการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ หลังจากที่ผ่านมาเกิดปัญหาอาชญากรรมและปัญหาความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวหลายคดี แต่ยังติดขัดเรื่องการพิจารณาที่ล่าช้า ทำให้เกิดการตีแผ่ข่าวเชิงลบไปยังสื่อกระแสหลักและสังคมออนไลน์ จำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า การจัดตั้งศาลท่องเที่ยว ไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว จึงยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาได้ เพราะต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมาย และรับฟังความคิดเห็นของหลายหน่วยงาน โดยในวันที่ 1 พ.ค.นี้ จะเข้าพบกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อหารือแนวคิดเรื่องการตั้งศาลท่องเที่ยว และขอให้เร่งรัดกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว และหาก 3 หน่วยงานหลักคือ ศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแหล่งชาติ (สตช.) และกระทรวงการท่องเที่ยว มีแนวคิดตรงกันแล้ว ก็จะลงนามบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (เอ็มโอยู) ยกระดับขั้นตอนการจัดตั้งศาลท่องเที่ยว เพื่อสร้างความพึงพอใจกับนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ดังนั้น ในการดูแลอำนวยความสะดวกด้านคดีท่องเที่ยวเบื้องต้น อาจอยู่ในรูปแบบของการขยายเวลาการพิจารณาคดีความช่วงกลางคืน หรือเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มเติมจากเวลาราชการปรกติ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีระยะเวลาพำนักอยู่ในไทยจำกัด และในระยะต่อไปอาจตั้งแผนกคดีท่องเที่ยวภายใต้ศาลยุติธรรมขึ้นมาก่อน แต่การจะตีความว่าคดีใดจะอยู่ในข่ายของคดีท่องเที่ยวได้นั้น จะกำหนดเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อไป เช่น อาจจะยึดว่าเป็นเหตุการณ์ที่ผู้ถูกกระทำคือนักท่องเที่ยว เป็นต้น

นอกจากนี้ ในส่วนของพื้นที่ในการจัดตั้งแผนกคดีหรือขยายเวลาพิจารณาคดีดังกล่าว จะมุ่งไปที่แหล่งท่องเที่ยวหนาแน่นเป็นหลักอย่างพัทยา และภูเก็ต ก่อน โดยที่หน่วยงานศาลก็ต้องใช้เวลาในการเตรียมความพร้อม เช่น มีผู้พิพากษาที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ เป็นต้น

รมต.สมศักย์ ยอมรับด้วยว่า ได้เตรียมพิจารณายกระดับมาตรการเยียวยานักท่องเที่ยวที่ประสบภัยในประเทศไทยให้สูงขึ้น โดยจะใช้เกณฑ์การพิจารณาช่วยเหลือเป็นรายกรณี เพราะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เรือสปีดโบ้ท ชนกันที่นอกชายฝั่งพัทยา จนกระทั่งนักท่องเที่ยวบาดเจ็บและพิการ ทำให้เกิดการตั้งคำถามเรื่องการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุบัติเหตุว่าจะเลี้ยงชีพอย่างไรต่อไป นอกจากนั้น เนื่องจากกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวก็กำหนดวงเงินไว้ต่ำมากคือ ไม่เกินรายละ 3 แสนบาทสำหรับบาดเจ็บและเสียชีวิต และให้การดูแลรักษาตัวระหว่างอยู่โรงพยาบาลราววัน 2,000 บาทเท่านั้น อีกทั้งวงเงินประกันการเดินทางของผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะก็อยู่ในระดับต่ำมาก ไม่ครอบคลุมในการกรณีมีครอบครัวและผู้ติดตามมาด้วย

ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ประสานให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมประสานต่อไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อให้ช่วยพิจารณาออกหนังสือแนะนำให้ศาลต่างๆ เร่งรัดกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้น