เงินบาทอ่อนค่าจากความกังวลต่อมาตรการดูแลปัญหาเงินบาท ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลผลประกอบการบริษัทที่ออกมาดี
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ขณะที่สภาพคล่องส่วนหนึ่งทยอยไหลกลับหลังช่วงวันหยุดยาว ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-3 พ.ค. 2556 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพฤหัสบดี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.11% ในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 3.09% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับลดลงในช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงขายทำกำไร ท่ามกลางความกังวลว่าทางการไทยอาจมีการออกมาตรการเพื่อดูแลค่าเงินบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.71% ในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 1.70% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากข้อมูลยอดข้ายบ้านมือสอง และเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ก่อนที่จะปรับขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร จากข่าวที่ ECB อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในยูโรโซน จากนั้น อัตราผลตอบแทนปรับลดลงในวันพุธ หลังข้อมูลยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับลดลง ก่อนที่จะปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี จากข้อมูลเชิงบวกในตลาดแรงงาน
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทกลับไปอ่อนค่าทะลุระดับ 29.00 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ใกล้ 29.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคำเตือนถึงการแข็งค่ามากเกินปัจจัยพื้นฐานของเงินบาทจากธปท. กระตุ้นให้นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ กลุ่มผู้นำเข้าก็มีความต้องการเงินดอลลาร์ฯ เพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายเดือนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ เงินบาทยังถูกกดดันเพิ่มเติมในช่วงปลายสัปดาห์ จากสถานะขายสุทธิในตลาดพันธบัตรของนักลงทุนต่างชาติ
อนึ่ง เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยมาเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 29.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ (หลังตลาดการเงินในประเทศปิดทำการแล้ว) ในช่วงหลังนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงผลการประชุมเพื่อหารือร่วมกันถึงผลกระทบค่าเงินบาท โดยระบุว่า ยังไม่มีมาตรการ ณ ขณะนี้ แต่พร้อมจะใช้มาตรการหากจำเป็น
ในวันศุกร์ (26 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.36 เทียบกับระดับ 28.61 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (19 เม.ย.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (29 เม.ย.-3 พ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 28.90-29.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตากระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ สัญญาณการดูแลความเคลื่อนไหวของเงินบาท รวมถึงผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขตลาดแรงงาน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนเม.ย. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อของโรงงาน รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนมี.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนก.พ. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรผันผวนในกรอบอ่อนค่า โดยในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ เงินยูโรเผชิญแรงกดดันจากกระแสการคาดการณ์ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของยูโรโซน ยังคงมีสัญญาณเปราะบาง อาทิ ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่อ่อนแอเกินคาดของเยอรมนี และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI ที่บ่งชี้การหดตัวของยูโรโซนในภาพรวม รวมถึงเยอรมนี ทั้งนี้ เงินยูโรร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ ก่อนจะปรับตัวในกรอบแคบๆในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังมีสัญญาณว่า อิตาลีใกล้จะผ่านพ้นทางตันทางการเมือง แต่กระนั้น การคาดการณ์ต่อโอกาสของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรปจำกัดการปรับตัวขึ้นของเงินยูโรไว้บางส่วน
เงินเยนกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังจากยังไม่อ่อนค่าทะลุระดับ 100 เยนต่อดอลลาร์ฯ โดยข้อมูล PMI ภาคการผลิตของจีน และสัญญาณเปราะบางของเศรษฐกิจยูโรโซน ช่วยหนุนให้เงินเยนทยอยแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ เงินเยนยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมในช่วงปลายสัปดาห์จากการคงแนวทาง-เครื่องมือดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นไว้ตามเดิม
ในวันศุกร์ (26 เม.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3001 เทียบกับระดับ 1.3051 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (19 เม.ย.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 98.68 เทียบกับ 99.50 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลผลประกอบการบริษัทที่ออกมาดีและแรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุน ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,582.93 จุด เพิ่มขึ้น 2.42% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 17.47% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 60,045.20 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่ นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 494.94 จุด เพิ่มขึ้น 3.27% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในจันทร์ นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังข้อมูลผลประกอบการออกมาดี ก่อนที่จะปรับลดลงในวันอังคาร จากความกังวลว่าทางการอาจจะออกมาตรการในการดูแลค่าเงินบาท จากนั้นตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งค่าเงินบาทที่เริ่มปรับตัวอ่อนค่าลง
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.- 3 พ.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีอาจเผชิญกับความผันผวน โดยปัจจัยสำคัญที่น่าติดตาม คงได้แก่ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ เครื่องชี้ภาวะที่อยู่อาศัย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เครื่องชี้ภาคการผลิต (ISM Manufacturing) และการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,580 และ 1,540 ขณะที่แนวต้านคาดว่า จะอยู่ที่ 1,600 และ 1,680 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้น ท่ามกลางข้อมูลผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่สดใส โดยในวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 14,700.80 จุด เพิ่มขึ้น 1.05% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลผลประกอบการบริษัทไตรมาส 1/56 ที่สดใส รวมทั้งข้อมูลตลาดแรงงานที่ออกมาดี
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการบริษัท โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 13,884.13 จุด เพิ่มขึ้น 4.26% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ ท่ามกลางเงินเยนที่กลับมาอ่อนค่า หลัง G-20 ไม่ได้คัดค้านนโยบายกระตุ้นทางการเงินของญี่ปุ่น ก่อนที่จะอ่อนค่าลงในวันอังคาร หลังข้อมูลภาคการผลิตของจีนออกมาน่าผิดหวัง จากนั้น ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการบริษัท อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นปรับลดลงในวันศุกร์ โดยมีแรงขายทำกำไรก่อนวันหยุดยาว









