วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ไนน์เอ็น’แยกบริษัทปั้นรายได้‘นอนบรอดแคสต์’

องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ บมจ.อสมท ในปัจจุบันครบรอบ 36 ปี ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ

ภายใต้การจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ โทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้น (ทีวีดิจิทัล) รวม 48 ช่องในปีนี้ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)

นับเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ท้าทายหน่วยงานรัฐ "เจ้าของ" ครองคลื่นความถี่ ในการปรับตัวรองรับการเปิดเสรีแพลตฟอร์มการรับชมช่องรายการใหม่ๆ ในกิจการบรอดแคสต์ยุคดิจิทัล ที่มาพร้อมโอกาสและความท้าทาย

ธิติพร จุติมานนท์ (บอย ไนน์เอ็น) ผู้จัดการส่วนไนน์ เอ็นเตอร์เทน บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับจากการเปิดตัวข่าวบันเทิงภายใต้แบรนด์ “ไนน์ เอ็นเตอร์เทน” ทางช่อง9 ครั้งแรกในปี 2546 กับรายได้ปีแรก 4 ล้านบาท และการก้าวสู่ที่ 10 ในปีนี้ กับเป้าหมายรายได้ 300 ล้านบาท ถือเป็น “ส่วนงาน” สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ให้ อสมท จากอัตราการเติบโตต่อเนื่องปีละ 30-40%

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงความเป็น “เจ้าของ” คลื่นความถี่โทรทัศน์ดิจิทัล ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ กับจำนวน “ฟรีทีวี” 6 ช่อง จะเพิ่มจำนวนเป็น “ฟรีทีวีดิจิทัล” 48 ช่อง กลายเป็นวัตถุประสงค์หลักในการปรับตัว ของ อสมท ในปีนี้

โดยเริ่มจัดทำแผน “แตกบริษัท” ที่มีศักยภาพด้านการหารายได้กลุ่ม Non Broadcast ซึ่งจะเป็นอีกธุรกิจต่อยอดจากการบริการคอนเทนท์สื่อสู่รูปแบบอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร เริ่มที่ส่วนงาน “ไนน์เอ็น” ด้วยการจัดตั้ง บริษัท ไนน์ เอ็นเตอร์เทน จำกัด ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท อสมท ถือหุ้นหลัก 49% บริษัทในเครืออสมท (บริษัทซี้ดและพาโนราม่า) 39% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อสมท 2% และพนักงานที่โอนย้ายไปบริษัทไนน์ เอ็น 10%

ธิติพร ระบุว่า การจัดตั้งบริษัทไนน์เอ็น ซึ่งถือเป็นส่วนงานที่ทำรายได้สูงให้ อสมท มีเป้าหมายรายได้ 5 ปีจากนี้ ที่ตัวเลข 2,000 ล้านบาท พร้อมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทไนน์เอ็น ถูกวางตำแหน่งทางธุรกิจให้เป็น คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ไม่ใช่บริษัทที่จะเข้าประมูลทีวีดิจิทัลธุรกิจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ บมจ.อสมท โดยกำหนดรูปแบบการทำงานให้บริการทั้ง ธุรกิจบรอดแคสต์ ซึ่งกำหนดให้เป็นรายได้หลัก 65% รับผิดชอบการผลิตรายการคอนเทนท์ บันเทิง ป้อนให้กับ ช่อง9 และทุกช่อง “ทีวีดิจิทัล” ที่อสมท มีเป้าหมายจะประมูลรวม 3 ช่อง คือช่องเอชดี 1 ช่อง และ SD 2 ช่อง โดยทุกช่องไนน์เอ็น มีภารกิจผลิตคอนเทนท์ป้อน 20% ของเวลาออกอากาศสถานีแต่ละช่อง

พร้อมทั้งวางแผนประมูล “วิทยุดิจิทัล” ประเภท Nationwide ที่กสทช. เตรียมจัดสรรในอนาคต เพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัลครบวงจร ทั้งทีวีและวิทยุดิจิทัล

ขณะที่ธุรกิจ “นอน บรอดแคสต์” จะมีสัดส่วนรายได้ราว 35% ประกอบไปด้วย การนำคอนเทนท์ บันเทิงที่เก็บสะสมไว้ 10 ปี มาต่อยอดสู่ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ พ็อกเก็ต บุ๊ค และโฟโต้ บุ๊ค นอกจากนี้จะร่วมมือเป็นพันธมิตรในกลุ่มสิ่งพิมพ์ เพื่อขยายสู่ธุรกิจ “แมกกาซีน” ประเภท “พรีเมียม เอ็นเตอร์เทนเม้นต์” รายสัปดาห์ ซึ่งยังมีช่องวางการทำตลาดปัจจุบัน รวมทั้งการพัฒนาสื่อสิ่งพิมพ์กลุ่มบันเทิงแจกฟรี (Free Copy) ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งเป็นกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในขณะนี้

นอกจากนี้ จะเปิดให้บริการธุรกิจ “พีอาร์ เอเยนซี” ครบวงจร ทั้งวางแผนการใช้สื่อ และการสร้างสรรค์อีเวนท์ โดยใช้จุดแข็งของ อสมท ที่มีสื่อครบวงจรทั้งทีวี วิทยุ และดิจิทัล แพลตฟอร์มต่างๆ อีกทั้งยังมีเครือข่าย ดารา นักแสดง นักร้อง และเซเลบ จำนวนมากที่พร้อมร่วมงานกับไนน์เอ็น รวมทั้งขยายบริการสู่ธุรกิจโชว์บิซ ที่ยังมีโอกาสทำตลาด เช่น โชว์มายากลระดับโลก

ภายใน 3-6 เดือนจากนี้ กระบวนการการจัดตั้ง บริษัทไนน์ เอ็นเตอร์เทน จำกัด คาดว่าจะแล้วเสร็จ และพร้อมเป็นบริษัทนำร่องให้ส่วนงานอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการหารายได้ของ อสมท ปรับโครงสร้าง "แยกบริษัท" เพื่อโอกาสการหารายได้ทั้งในกิจการสื่อเดิม และธุรกิจนอน บรอดแคสต์ใหม่ๆ