องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ บมจ.อสมท ในปัจจุบันครบรอบ 36 ปี ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ
ภายใต้การจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ โทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้น (ทีวีดิจิทัล) รวม 48 ช่องในปีนี้ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)
นับเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ท้าทายหน่วยงานรัฐ "เจ้าของ" ครองคลื่นความถี่ ในการปรับตัวรองรับการเปิดเสรีแพลตฟอร์มการรับชมช่องรายการใหม่ๆ ในกิจการบรอดแคสต์ยุคดิจิทัล ที่มาพร้อมโอกาสและความท้าทาย
ธิติพร จุติมานนท์ (บอย ไนน์เอ็น) ผู้จัดการส่วนไนน์ เอ็นเตอร์เทน บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับจากการเปิดตัวข่าวบันเทิงภายใต้แบรนด์ “ไนน์ เอ็นเตอร์เทน” ทางช่อง9 ครั้งแรกในปี 2546 กับรายได้ปีแรก 4 ล้านบาท และการก้าวสู่ที่ 10 ในปีนี้ กับเป้าหมายรายได้ 300 ล้านบาท ถือเป็น “ส่วนงาน” สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ให้ อสมท จากอัตราการเติบโตต่อเนื่องปีละ 30-40%
ภายใต้การเปลี่ยนแปลงความเป็น “เจ้าของ” คลื่นความถี่โทรทัศน์ดิจิทัล ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ กับจำนวน “ฟรีทีวี” 6 ช่อง จะเพิ่มจำนวนเป็น “ฟรีทีวีดิจิทัล” 48 ช่อง กลายเป็นวัตถุประสงค์หลักในการปรับตัว ของ อสมท ในปีนี้
โดยเริ่มจัดทำแผน “แตกบริษัท” ที่มีศักยภาพด้านการหารายได้กลุ่ม Non Broadcast ซึ่งจะเป็นอีกธุรกิจต่อยอดจากการบริการคอนเทนท์สื่อสู่รูปแบบอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร เริ่มที่ส่วนงาน “ไนน์เอ็น” ด้วยการจัดตั้ง บริษัท ไนน์ เอ็นเตอร์เทน จำกัด ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท อสมท ถือหุ้นหลัก 49% บริษัทในเครืออสมท (บริษัทซี้ดและพาโนราม่า) 39% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อสมท 2% และพนักงานที่โอนย้ายไปบริษัทไนน์ เอ็น 10%
ธิติพร ระบุว่า การจัดตั้งบริษัทไนน์เอ็น ซึ่งถือเป็นส่วนงานที่ทำรายได้สูงให้ อสมท มีเป้าหมายรายได้ 5 ปีจากนี้ ที่ตัวเลข 2,000 ล้านบาท พร้อมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัทไนน์เอ็น ถูกวางตำแหน่งทางธุรกิจให้เป็น คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ไม่ใช่บริษัทที่จะเข้าประมูลทีวีดิจิทัลธุรกิจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ บมจ.อสมท โดยกำหนดรูปแบบการทำงานให้บริการทั้ง ธุรกิจบรอดแคสต์ ซึ่งกำหนดให้เป็นรายได้หลัก 65% รับผิดชอบการผลิตรายการคอนเทนท์ บันเทิง ป้อนให้กับ ช่อง9 และทุกช่อง “ทีวีดิจิทัล” ที่อสมท มีเป้าหมายจะประมูลรวม 3 ช่อง คือช่องเอชดี 1 ช่อง และ SD 2 ช่อง โดยทุกช่องไนน์เอ็น มีภารกิจผลิตคอนเทนท์ป้อน 20% ของเวลาออกอากาศสถานีแต่ละช่อง
พร้อมทั้งวางแผนประมูล “วิทยุดิจิทัล” ประเภท Nationwide ที่กสทช. เตรียมจัดสรรในอนาคต เพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัลครบวงจร ทั้งทีวีและวิทยุดิจิทัล
ขณะที่ธุรกิจ “นอน บรอดแคสต์” จะมีสัดส่วนรายได้ราว 35% ประกอบไปด้วย การนำคอนเทนท์ บันเทิงที่เก็บสะสมไว้ 10 ปี มาต่อยอดสู่ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ พ็อกเก็ต บุ๊ค และโฟโต้ บุ๊ค นอกจากนี้จะร่วมมือเป็นพันธมิตรในกลุ่มสิ่งพิมพ์ เพื่อขยายสู่ธุรกิจ “แมกกาซีน” ประเภท “พรีเมียม เอ็นเตอร์เทนเม้นต์” รายสัปดาห์ ซึ่งยังมีช่องวางการทำตลาดปัจจุบัน รวมทั้งการพัฒนาสื่อสิ่งพิมพ์กลุ่มบันเทิงแจกฟรี (Free Copy) ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งเป็นกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในขณะนี้
นอกจากนี้ จะเปิดให้บริการธุรกิจ “พีอาร์ เอเยนซี” ครบวงจร ทั้งวางแผนการใช้สื่อ และการสร้างสรรค์อีเวนท์ โดยใช้จุดแข็งของ อสมท ที่มีสื่อครบวงจรทั้งทีวี วิทยุ และดิจิทัล แพลตฟอร์มต่างๆ อีกทั้งยังมีเครือข่าย ดารา นักแสดง นักร้อง และเซเลบ จำนวนมากที่พร้อมร่วมงานกับไนน์เอ็น รวมทั้งขยายบริการสู่ธุรกิจโชว์บิซ ที่ยังมีโอกาสทำตลาด เช่น โชว์มายากลระดับโลก
ภายใน 3-6 เดือนจากนี้ กระบวนการการจัดตั้ง บริษัทไนน์ เอ็นเตอร์เทน จำกัด คาดว่าจะแล้วเสร็จ และพร้อมเป็นบริษัทนำร่องให้ส่วนงานอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการหารายได้ของ อสมท ปรับโครงสร้าง "แยกบริษัท" เพื่อโอกาสการหารายได้ทั้งในกิจการสื่อเดิม และธุรกิจนอน บรอดแคสต์ใหม่ๆ









