สสปน. ชูจังหวัดภูเก็ตศูนย์กลางการจัดประชุมและสัมมนาระดับโลก ขึ้นแทนอันดับ 2 มั่นใจจุดแข็งของจังหวัดในฐานะเมืองท่องเที่ยว
นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการสัมมนา “เปิดประสบการณ์ไมซ์ พัฒนาภูเก็ตสู่ไมซ์ซิตี้อย่างยั่งยืน” จัดโดยจังหวัดภูเก็ตร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ระดมผู้แทนภาครัฐ โดยมี นางอัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ.ฝ่ายการแสดงสินค้านานาชาติ สสปน. และผู้ประกอบการไมซ์ ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต
รวมทั้งสื่อมวลชน และเขตจังหวัดใกล้เคียงกว่า 100 คน ร่วมรับรู้ยุทธศาสตร์การสร้างศักยภาพผลักดันภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและสัมมนาระดับโลก พร้อมนำเสนอกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้แก่ภูเก็ตและจังหวัดชายฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืน
นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “ทางจังหวัดภูเก็ตเห็นความสำคัญในการสร้างมูลค่าและคุณค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยวให้แก่ภูเก็ต และบูรณาการร่วมกับจังหวัดในเขตชายฝั่งอันดามัน จึงได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองในระยะ 4 ปีให้เป็น “มหัศจรรย์เสน่ห์อันดามัน เมืองท่องเที่ยวระดับโลก เป้าหมายของนักเดินทางทั่วโลก” หรือ Charming Andaman
โดยเน้นเป็นยุทธศาสตร์ 4 M ได้แก่ MICE การส่งเสริมการจัดประชุม นิทรรศการ และการแสดงสินค้าโดยพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้ต่อยอดสู่การรองรับธุรกิจด้านไมซ์อย่างมีเอกลักษณ์และคุณภาพ Marine การส่งเสริมธุรกิจทางทะเลครบวงจรทั้งเพื่อการค้า การท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมไมซ์ Manpower การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจและการท่องเทียว และ Medical Hub การส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านสุขภาพ
“จากแผนยุทธศาสตร์ 4 M ดังกล่าว จังหวัดมีเป้าหมายที่จะพัฒนาต่อยอดจากจุดแข็งของจังหวัดในฐานะเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจของภาคใต้ ให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น โดยได้ดำเนินไปแล้วในหลายด้าน อาทิ การส่งเสริมท่าเรือ มารีนา และธุรกิจเดินเรือท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เน้นเรื่องพิพิธภัณฑ์และสถาปัตยกรรมท้องถิ่นให้ต่อยอดการเป็นจุดขายด้าน MICE และที่สำคัญเรายังมีเป้าหมายที่ใช้ศักยภาพของการเป็นศูนย์กลางของธุรกิจ MICE เพื่อเชื่อมโยงความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจและสังคมสู่จังหวัดในเขตอันดามันโดยรอบ การสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นการประกาศความตั้งใจจริงและความมุ่งมั่นที่เราจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจ MICE ระดับโลกแห่งใหม่” นายไมตรีกล่าว
นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการแสดงสินค้านานาชาติ สสปน. กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต มีสถานะเป็นหนึ่งใน 4 เมืองที่เป็น “นครแห่งไมซ์” หรือ “ไมซ์ซิตี้” ของประเทศไทย โดยจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมลงนามกับสสปน.ในการส่งเสริมและยกสถานะของจังหวัดสู่การเป็นนครแห่งไมซ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552
“จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมที่จะเป็นเมืองแห่งไมซ์ ด้วยเอกลักษณ์ที่พิเศษของความเป็นเกาะมหัศจรรย์เสน่ห์อันดามัน อันเป็นที่นิยมของนักเดินทางทั่วโลก มีระบบคมนาคมขนส่ง โรงแรม สถานที่จัดประชุม ตลอดจนกิจกรรมที่รองรับความต้องการเฉพาะทางของผู้เดินทางกลุ่มไมซ์ จึงทำให้ในปี พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไมซ์ของจังหวัดภูเก็ตมีมูลค่าสูงถึง 4,820 ล้านบาท สูงเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ โดยแบ่งเป็นมูลค่าอุตสาหกรรมไมซ์จากต่างประเทศ 4,725 ล้านบาท และอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ 95.66 ล้านบาท ในด้านของจำนวนการจัดงานในปีที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตรองรับการจัดงานในอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งสิ้น 788 ครั้ง โดยมี นักเดินทางกลุ่มไมซ์เข้าร่วมงานกว่า 79,862 คนแบ่งเป็นนักเดินทางกลุ่มไมซ์ชาวต่างชาติ 59,066 คน นักเดินทางกลุ่มไมซ์ชาวไทยจำนวน 20,796 คน” นางศุภวรรณ กล่าว
สสปน.มีแนวทางในการส่งเสริมให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองแห่งไมซ์ที่เชื่อมโยงกับทั่วโลก โดยจะเน้นสร้างการรับรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย ถึงจุดขายหลักใน 6 ด้าน ที่สอดรับความต้องการแบบเอ็กคลูซีฟของลูกค้ากลุ่มไมซ์ คือ กิจกรรมกีฬาและผจญภัย (Adventure) ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม (History & Culture) การสร้างประสบการณ์ การเรียนรู้ใหม่ ๆ (Experience and Knowledge) การรักษาสิ่งแวดล้อม (Green Traveling and Sustainable Meeting) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) การสัมผัสประสบการณ์สุดหรู (Luxury Travel Destination)
เพื่อให้ภูเก็ตเป็นแกนหลักในการพัฒนากลุ่มจังหวัดอันดามัน (Andaman Cluster) อันได้แก่ พังงา กระบี่ ตรัง และระนอง ยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ขึ้นไปสู่ระดับโลก ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย แผนงานการส่งเสริมการตลาดที่เป็นรูปธรรม งานสัมมนาในวันนี้นอกจากจะให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแล้ว ยังจะเป็นการรับทราบความคิดเห็นและคำแนะนำจากผู้เข้าร่วมงาน และเป็นจุดเริ่มต้นที่จะจุดประกายการพัฒนาต่อเนื่อง สสปน.ในฐานะหน่วยงานสำคัญด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์พร้อมที่จะให้การสนับสนุนจังหวัดภูเก็ตอย่างเต็มที่’ นางศุภวรรณ กล่าวสรุป
สำหรับศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตสู่ความเป็น “เมืองแห่งไมซ์” ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีศักยภาพเชิงเศรษฐกิจสูงสุดในภาคใต้ โดยมีประชากรทั้งสิ้น 353,847 คน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัวประชากร (GDP Per Capita) 324,385 บาทต่อคนต่อปีซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ในภาคใต้และอันดับ 10 ของประเทศ ในด้านของสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภค ภูเก็ตมีท่าอากาศยานนานาชาติ ซึ่งมีเที่ยวบินหนาแน่นเป็นอันดับที่สองของประเทศรองจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ สามารถรองรับเที่ยวบินได้ 10 เที่ยวต่อชั่วโมง
โดยในปี 2555 ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตรองรับผู้โดยสาร 9,446,000 คน ให้บริการเที่ยวบิน 60,457 เที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศ มีสายการบิน 46 แห่งที่ให้บริการบินตรงสู่ภูเก็ตจากเอเชีย โอเชียเนีย และยุโรป มีโรงแรมทั้งสิ้น 636 แห่ง รวมห้องพักทั้งสิ้น 37,543 ห้อง รวมทั้งรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศอีกประมาณ 20,000 ห้อง มีโรงแรมระดับ 3-5 ดาวอยู่ทั่วเกาะ









