วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีพีออลล์สยายปลีก'ค้าส่ง'จีน-อาเซียน

ซีพีออลล์ ทุ่ม 1.88 แสนล้าน ซื้อหุ้นสยามแม็คโคร ประกาศสร้างเครือข่ายธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งทุกประเทศในอาเซียน เชื่อมโยงจีน

วานนี้ (23 เม.ย.) นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามสัญญาการซื้อหุ้นของบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ในไทย มูลค่า 121,536 ล้านบาท กับนาย Stehpan Nanninga กรรมการ กลุ่มบริษัท เอสเอชวี โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินฝ่ายผู้ซื้อ และเป็นผู้จัดการวงเงินสินเชื่อร่วมลงนามซื้อขายหุ้นที่ประเทศฮ่องกง

บริษัท เอสเอชวี โฮลดิ้ง เอ็นวี (SHV) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทสยามแม็คโคร ขายหุ้นทั้งหมดของ SHV และบริษัทในเครือที่ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม 154,429,500.00 หุ้น คิดเป็น 64.35% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดในราคา 787 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาคำเสนอซื้อของซีพีออลล์ โดยคาดว่าจะมีการดำเนินการแล้วเสร็จประมาณวันที่ 30 มิ.ย. 2556

การซื้อหุ้นครั้งนี้เป็นหุ้นที่ SHV ในบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามแม็คโคร โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (MAKRO Holding) และ บริษัท โอเอชที จำกัด (OHT)

นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ จะทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของบริษัทในราคา 787 บาท/หุ้น จากผู้ถือหุ้นรายอื่น จำนวน 85,570,500 หุ้น วงเงิน 67,344 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นจะใช้เงิน 188,880 ล้านบาท

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอิ่มสะดวก “เซเว่นอีเลฟเว่น” กล่าวว่า การซื้อกิจการแม็คโครครั้งนี้เป็นการเตรียมก้าวรุกขยายเครือข่ายธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งสู่ทุกประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี รวมทั้งประเทศจีน โดยเฉพาะแถบประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า ต่างต้องการสินค้าไทยสูง คาดว่าจะเริ่มเปิดตลาดเวียดนาม และลาวได้ก่อน

ในเบื้องต้น “แม็คโครจะเป็นช่องทางกระจายสินค้าจากไทยทั้งอุปโภคบริโภค วัตถุดิบเกษตร อาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ไปทั่วภูมิภาคอาเซียน สามารถป้อนสินค้าเนื้อสัตว์ อาหารสำเร็จรูปซึ่งเป็นจุดแข็งของเครือซีพี แม็คโครจะได้สินค้าเกษตรในราคาที่ดีและมั่นคงในทำตลาด”

นายก่อศักดิ์กล่าวอีกว่าโมเดลธุรกิจของแม็คโครเหมาะสมและมีศักยภาพต่อการขยายตลาดในเออีซี หากเปรียบเทียบ “เซเว่นอีเลฟเว่น” เป็นธุรกิจไลเซ่นเฉพาะในประเทศไทย แม้ระหว่างนี้ได้เจรจาบริษัทแม่เพื่อขอสิทธิทำตลาดในประเทศจีน 3-4 มณฑลด้วยกันในแถบชายทะเลใกล้ไทย อาทิ เจ้อเจียง ยูนนาน คาดว่าจะได้ข้อสรุปอย่างเร็วในปี 2557

วางยุทธศาสตร์รับขุมทองเออีซี

ทั้งนี้ การเติบโตและความเจริญของภูมิภาคอาเซียนสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างสูงในอนาคต โดยซีพีออลล์ มี “จุดแข็ง” และความพร้อมในการพัฒนาบุคลากรทั้งระดับพนักงาน และผู้บริหาร เอื้อต่อการขยายธุรกิจของศูนย์ค้าส่งแม็คโครทั้งในและต่างประเทศได้อย่างราบรื่น ขณะที่ผู้ผลิตไทย สินค้าไทย โอท็อปและเอสเอ็มอี ต่างจะได้ประโยชน์จากการขยายตลาดของแม็คโคร เป็นช่องทางจำหน่ายและกระจายสินค้า ทำการตลาดได้อย่างมีระบบไปทั่วทั้งภูมิภาค
สำหรับ ทีมสยามแม็คโครมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสูง ซีพีออลล์จะไม่มีการปรับเปลี่ยนทีมบริหารหรือโมเดลธุรกิจ แต่จะสนับสนุนให้ขยายงานในเออีซีได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

"การรวมกันครั้งนี้เป็นบวก เราจะเอาจุดเด่น จุดแข็งของทั้ง 2 องค์กรมาสร้างสิ่งมหัศจรรย์ในการเข้าสู่ยุคเออีซี ดีลนี้คุยกัน 10 กว่าวัน ซึ่งท่านประธานธนินท์ และประธานเก่าเอสเอชวีเป็นเพื่อนกันมานานกว่า 20 ปี เคยคุยกันว่าหากจะขายก็ต้องชวนซีพีก่อน"

ผู้บริหารซีพีออลล์ กล่าวว่า เมื่อ 25 ปีที่แล้วเครือซีพีเป็นผู้ชักชวนกลุ่มเอสเอชวีเข้ามาเปิดธุรกิจ “แม็คโคร” ในเมืองไทยโดยร่วมทุนในสัดส่วน 51:49 ซึ่งปีเดียวกันนั้นกลุ่มซีพีได้เปิดบริการร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น”
"เป็นพี่น้องที่เกิดมาพร้อมกัน ก็เลยซื้อแม็คโครเข้ามารวมอยู่ในพอร์ตของซีพีออลล์ เพื่อผนวกกำลังก้าวสู่ยุคเออีซี ที่มีพลเมืองกว่า 600 ล้านคน ซึ่งคนทั่วโลกต่างให้ความสนใจในเศรษฐกิจอาเซียนทั้งสิ้น หากใครมาตั้งโรงงาน หรือค้าขายในไทยก็จะได้ตลาด 600 ล้านคนด้วย"

คาดทำคำเสนอซื้อเดือนก.ค.-ส.ค.

การเข้าซื้อกิจการแม็คโครครั้งนี้ บริษัทได้แต่งตั้งธนาคารไทยพาณิชย์เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแต่เพียงผู้เดียว และเป็นหนึ่งในผู้จัดการวงเงินสินเชื่อร่วมกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น (เอชเอสบีซี) ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารยูบีเอส เอจี และธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้เข้าร่วมในการจัดเตรียมวงเงินสินเชื่อร่วม โดยมี Baker & McKenzie เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย

บริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น กับผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น คาดว่าจะจัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 12 มิ.ย. 2556 หากได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น บริษัทจะเข้าทำการชำระค่าซื้อหุ้นแม็คโครทั้งหมดตามสัญญารวมทั้งดำเนินการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดต่อผู้ถือหุ้นรายอื่นทุกรายของแม็คโคร ในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.นี้ โดยราคาเสนอซื้อจะเป็นราคาเดียวกันกับราคาที่บริษัทจะได้มาที่ 787 บาทต่อหุ้น

"แม้ว่าการกู้ยืมเงินจะทำให้สถานะการเงินของซีพีออลล์เปลี่ยนไปบ้างเพราะไม่เคยกู้ แต่เป็นตัวเลขที่ยอมรับได้ โดยแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการซื้อหุ้นครั้งนี้ มาจากการกู้ 90% และเงินสด 10%"

ผู้บริหารยังย้ำว่า “ดีลนี้เมื่อซื้อแล้วต้องไม่แพง” ภายใน 2-3 ปี น่าจะคุ้มมูลค่าการลงทุน โดยจุดแข็งของ “แม็คโคร” คือ รูปแบบการค้า และทีมงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อกิจการในครั้งนี้ โดยหลังจากบริษัทซื้อกิจการเป็นที่เรียบร้อยแล้วภายในสิ้นเดือนส.ค. จะมีการประกาศยุทธศาสตร์และแผนธุรกิจที่ชัดเจนอีกครั้ง

ยันไม่มีแผนถอนจากตลาดหุ้น

ทั้งนี้ บริษัทไม่มีแผนที่จะถอนหุ้น MAKRO ออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

"การซื้อแม็คโคร ในราคาสูงกว่ากระดาน เพราะมองรูปแบบการค้า บวกทีมงานของแม็คโคร เป็นจุดที่เราอยากได้มากและไม่มีแผนที่จะไปเปลี่ยนทีมผู้บริหาร เพราะเขาเก่งมาก และดีอยู่แล้ว จะไม่มีการเข้าไปยุ่งกับทีมงาน หลายปีมานี้แม็คโครขยายงานดี กำไรเติบโตได้ตลอด ผลประกอบการดี" นายก่อศักดิ์ กล่าว

นายก่อศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งธุรกิจเซเว่นอีเลฟเว่นและแม็คโครจะทำให้บริษัทมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคำสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ได้ดีขึ้น ต้นทุนต่ำลง ขณะที่พอร์ตธุรกิจทั้งสองรวมกันมีมูลค่ามากกว่า 3 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี 2555 จากตลาดรวมค้าปลีกไทยมูลค่า 2 ล้านล้านบาท

ราคาหุ้น CPALL เมื่อวันที่ 22 เม.ย. อยู่ที่ 43.50 บาท โดยวานนี้ไม่มีการซื้อขาย เนื่องจากขอขึ้น "SP" ขณะที่ราคาหุ้น MAKRO เมื่อวันที่ 19 เม.ย. อยู่ที่ 682 บาท โดยขอขึ้น "SP" ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.

ไทยพาณิชย์มั่นใจปล่อยกู้ "ไม่เสี่ยง"

นายอาทิตย์ นันทะวิทยา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การปล่อยกู้ให้กับ บริษัท ซีพี ออลล์ เพื่อเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัท สยามแม็คโคร ถือเป็นการเจรจาซื้อขายหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดของไทย และไม่กระทบกับหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และยังมีเงินกองทุนที่เพียงพออยู่ แม้ว่าก่อนหน้านี้ธนาคารจะมีการปล่อยกู้ให้กับเครือซีพีมาเป็นจำนวนมากแล้วก็ตาม

การปล่อยกู้ให้กับกลุ่มซีพีเพิ่มเติมครั้งนี้ เพราะบริษัทมีความเชื่อมั่นว่า ซีพี ออลล์ และสยามแม็คโคร จะมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและรายได้กลับมาชำระหนี้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัทไม่มีการก่อหนี้ จึงทำให้ธนาคารมีความสบายใจ

"การปล่อยกู้ให้กับซีพีออลล์ครั้งนี้ เพราะมองศักยภาพของทั้ง 2 บริษัท ที่จะสามารถสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง เรามีความเชื่อมั่นภาระหนี้ครั้งนี้ ซีพีออลล์ และแม็คโครจะจัดการได้ โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ของบริษัทอยู่ที่ 5 เท่า หมายความว่า ถ้าบริษัทไม่จ่ายปันผลเลยจะชำระคืนหนี้ได้หมดภายใน 5 ปี"

นายอาทิตย์ กล่าวว่า ธนาคารจะปล่อยกู้ให้กับซีพี ออลล์ ในรูปแบบของการปล่อยกู้ร่วม โดยขณะนี้ธนาคารจะร่วมกับธนาคารพาณิชย์ทั้งไทยและต่างประเทศ 5-6 แห่ง ในการปล่อยกู้เป็นเงินสกุลดอลลาร์ตามรูปแบบการซื้อขายครั้งนี้ โดยวงเงินที่ปล่อยกู้จะอยู่ที่ 90% ของมูลค่าการซื้อขายที่คาดจะอยู่ที่ 1.88 แสนล้านบาท ร่วมกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น (เอชเอสบีซี) ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารยูบีเอส เอจี และ ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น และอยู่ระหว่างเจรจาหาธนาคารพาณิชย์ในประเทศเข้ามาร่วมปล่อยกู้ร่วม

ทั้งนี้ ระยะเวลาปล่อยกู้อยู่ที่หนึ่งปี นับจากวันชำระค่าหุ้น แต่หลังจากนั้นธนาคารในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินจะหาแนวทางในการจัดโครงสร้างทางการเงินให้กับกลุ่มซีพีออลล์และสยามแม็คโคร เพื่อให้มีต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง เช่น การออกหุ้นกู้หรือการออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากแม็คโครมีที่ดินเปล่าที่มีศักยภาพกว่า 20-30 ไร่

พาณิชย์ชี้เข้าเกณฑ์อำนาจเหนือตลาด

ด้าน นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นจากยอดขายสินค้าปี 2555 ที่ผ่านมา พบว่า ซีพีออลล์ หรือ เซเว่นอีเลฟเว่น ที่มียอดขาย 150,000 ล้านบาท และ MAKRO ยอดขาย 98,633 ล้านบาท เมื่อรวมกันเท่ากับ 257,850 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนเป็น 48.92% จากมูลค่าธุรกิจค้าปลีกที่มีผู้เล่นทั้งหมด 4 รายในปัจจุบัน ได้แก่ เซเว่นอีเลฟเว่น, MAKRO, บิ๊กซี (หลังรวมกับคาร์ฟูร์) มูลค่า 121,000 ล้านบาท และห้างเทสโก้ โลตัส มูลค่า 148,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตามเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดกำหนดว่า หากมีส่วนแบ่งตลาดสำหรับผู้ประกอบการ 1 ราย ยอดขายเกิน 50% จะมีอำนาจเหนือตลาด และหากมีผู้ประกอบการ 2-3 รายรวมกัน ยอดขายเกิน 75% ก็จะมีอำนาจเหนือตลาดเช่นกัน ซึ่งกรณี เซเว่นอีเลฟเว่น รวมกับห้าง MAKRO จะมีส่วนแบ่งตลาดเกิน 75% ของทั้งหมด เพราะจำนวนผู้เล่นในตลาดจะลดลงไปเหลือเพียง 3 ราย จาก 4 ราย ทำให้การควบรวมครั้งนี้เข้าข่ายเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด
จับตาพฤติกรรมแข่งขันไม่เป็นธรรม

นางวัชรี กล่าวอีกว่า ตาม พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ระบุว่าผู้มีอำนาจเหนือตลาดหากไม่มีพฤติกรรมการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เช่น กำหนดราคาไม่เป็นธรรม ก็ไม่ถือว่าผิดกฎหมายดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ แต่หากธุรกิจใดที่เห็นว่าถูกเอาเปรียบ สามารถร้องเรียนเข้ามาได้ โดยหากพบว่ามีพฤติกรรมผิดกฎหมายจะมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 6 ล้าน หรือทั้งจำทั้งปรับ

"เมื่อ ซีพีออลล์ รวมกับ แม็คโคร มียอดขายรวมกัน เพียง 48% กว่าๆ ของยอดขายทั้งหมด แต่หลังจากรวมกันแล้ว ทำให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงแค่ 3 ราย คือ ซีพีออลล์บวกแม็คโคร โลตัส และบิ๊กซี ที่รวมกันคาร์ฟูร์ ซึ่งทั้ง 3 รายรวมกัน มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 75% ก็ต้องถือว่าทุกรายมีอำนาจเหนือตลาด" นางวัชรี กล่าว